สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ว่านับตั้งแต่รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจระงับงบประมาณสำหรับสื่อที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาล เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา “เรดิโอฟรีเอเชีย” หรือ “อาร์เอฟเอ” หรือ “วิทยุเอเชียเสรี” เลิกจ้าง หรือพักงานพนักงานไปแล้วมากกว่า 90% รวมถึงลดขนาดการผลิตสื่อลงอย่างมาก
เรดิโอฟรีเอเชียระบุในแถลงการณ์ว่า จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือไปจากการ “ต้องหยุดการผลิตข่าวทั้งหมด” โดยจะมีผลตั้งแต่วันศุกร์ (31 ต.ค.) ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2539
น.ส.เบย์ ฟาง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของอาร์เอฟเอ กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้หมายความว่า เงินที่เหลือจะสามารถนำไปจ่ายค่าชดเชยสำหรับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างได้ พร้อมย้ำว่า กลยุทธ์ของพวกเขาคือ การปกป้องพนักงานของเราให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
US broadcaster Radio Free Asia (RFA) said that it will stop all of its news operations effective as of Friday, October 31.
— DW News (@dwnews) October 30, 2025
It will be the first time the international broadcaster has completely gone off air since it was founded nearly 30 years ago. https://t.co/8IftIJFYJr
ทั้งนี้ทั้งนั้น ฟางย้ำว่า เรดิโอฟรีเอเชียจะเปิดรับรายได้ใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินงานได้อีกครั้ง และพวกเขากำลังพยายามรักษาสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นใหม่
อย่างไรก็ตาม น.ส.โซฟี ริชาร์ดสัน ผู้อำนวยการบริหารร่วมของเครือข่ายผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนจีน เตือนว่า การปิดสถานีวิทยุนี้ถือเป็น “ของขวัญ” สำหรับผู้นำเผด็จการอย่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่รัฐบาลปักกิ่ง กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมข่าวสารในประเทศ
ด้านนายนิโคลัส เบิร์นส์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศจีน ในสมัยรัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ระบุผ่านเอ็กซ์ว่า การปิดอาร์เอฟเอถือเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่” ที่จะขัดขวางไม่ให้สหรัฐบอกความจริงกับชาวจีน และต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลปักกิ่ง.
เครดิตภาพ : AFP



