สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่านายคริส ไรธ์ รมว.พลังงาน และนายดัก เบอร์กัม รมว.มหาดไทย จะเป็นผู้แทนของรัฐบาลวอชิงตัน ในการเจรจากับรัฐบาลปักกิ่ง “เกี่ยวกับการที่จีนจะซื้อพลังงานจากสหรัฐอีกครั้ง” แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียด


ทั้งนี้ จีนระงับการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐ และมีการขายต่อก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ของสหรัฐนับตั้งแต่ต้นปีนี้ เนื่องจากการที่ทั้งสองประเทศกำหนดอัตราภาษีสูงต่อกัน ทำให้การค้าขายสินค้าแทบทุกชนิดไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงมานานแล้ว


ขณะที่ข้อมูลด้านศุลกากรของจีนระบุว่า แอลเอ็นจีและน้ำมันดิบของสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนการนำเข้าประมาณ 5% และ 2% ตามลำดับ เมื่อปีที่แล้ว


ด้านกระทรวงพาณิชย์ระงับมาตรการจำกัดการส่งสินค้าออกบางรายการเป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งรวมถึงวัสดุแร่หายาก หรือแร่ธาตุสำคัญ และในระหว่างนี้จะมีการศึกษาอย่างละเอียด และปรับปรุงแนวทางอย่างเฉพาะเจาะจง


การประกาศดังกล่าวมีผลกับคำสั่งซึ่งเคยประกาศเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องได้รับอนุญาต สำหรับเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการทำเหมืองและการถลุงแร่หายาก ขั้นตอนการแปรรูป และเทคโนโลยีที่ใช้ในการ “ประกอบ ปรับแต่ง บำรุงรักษา ซ่อมแซม และอัปเกรดสายการผลิต”


ตอนนั้น รัฐบาลจีนกล่าวว่า จำเป็นต้องยกระดับมาตรการดังกล่าว เพื่อควบคุมองค์กรและบุคคลต่างชาติซึ่งโอนถ่ายหรือจัดหาสินค้าแร่หายากที่มาจากจีน ไม่ว่าจะเป็นโดยตรงหรือหลังการแปรรูป เพื่อนำไปใช้โดยตรงหรือโดยอ้อมในพื้นที่ละเอียดอ่อน เช่น การปฏิบัติการทางทหาร


ปัจจุบัน จีนเป็นผู้ผลิตแร่หายากชั้นนำของโลก ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการผลิตแม่เหล็กที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และการป้องกันประเทศ อย่างไรก็ตาม แร่หายากเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐมาตลอด.

เครดิตภาพ : AFP