เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (30 ต.ค.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. สั่งการ พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.สส.ฯ, พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1ฯ พ.ต.ท.พีรบูรณ์ แก้วดู รอง ผกก.สส.1ฯ พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจาก กก.สืบสวน 1 บก.สส.บช.น. ร่วมกับตำรวจสืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวหนุ และนางสาวสุดนภา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 6 ต.ค. 68 โดยได้กระทำความผิด ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ หลังนักศึกษาวัย 22 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้กลอุบายหลอกลวงอย่างแนบเนียน จนสูญเสียเงินเก็บทั้งหมดกว่า 2.3 ล้านบาท

ผู้เสียหายให้การว่า ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ กลุ่มคนร้ายได้ส่งเอกสารราชการปลอมหลายฉบับมาให้ทางแอปพลิเคชัน LINE ประกอบด้วย คำสั่งศาลจังหวัดชลบุรีที่มีชื่อของผู้เสียหาย และคำสั่งจาก ปปง. ที่มีลายเซ็นเลขาธิการที่สำคัญ เพื่อให้ผู้เสียหายเชื่อใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง มิจฉาชีพได้ให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 250 บาท ไปยังบัญชีธนาคารชื่อ “สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ จำกัด” เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถืออย่างยิ่งให้แก่ผู้เสียหายด้วยความตกใจและหลงเชื่อในเอกสารดังกล่าว ผู้เสียหายจึงยอมโอนเงินทั้งหมดในบัญชีเพื่อ “ตรวจสอบความบริสุทธิ์” ตามที่คนร้ายบอก โดยได้โอนเงินรวม 6 ครั้ง เป็นยอดเงินทั้งสิ้น 2,301,000 บาท ไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ ที่คนร้ายระบุ หลังจากโอนเงินจนหมดบัญชีแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพได้พยายามเรียกร้องให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอีก จึงทำให้ผู้เสียหายตระหนักว่าตนถูกหลอกลวง เมื่อพยายามติดต่อกลับไปก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.บช.น” ได้ร่วมกับ สน.หนองจอก และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ ดำเนินการสืบสวนขยายผลจนทราบว่า กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวมีการจัดตั้งเป็นองค์กรอาชญากรรมเครือข่าย มีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวน 16 ราย โดยมี MR. ZHOU CHONG สัญชาติจีน เป็นบุคคลที่เชื่อว่าเป็นหัวหน้าขบวนการ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 1 ราย คือ น.ส.มาริสา
เจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีต่อไป.



