เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การเดินหน้าสันติภาพชายแดน หลังจากเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2568 ทางด้านเสนาธิการกองทัพภาค 2/เลขานุการคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) ฝ่ายไทย และรองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/เลขาฯ อาร์บีซีฝ่ายกัมพูชา ได้มีการประชุมฝ่ายเลขาฯ อาร์บีซี ที่ช่องจอม จ.สุรินทร์-โอร์เสม็ด โดยเป็นการหารือแผนปฏิบัติการในการปรับกำลังและถอนอาวุธหนัก ตามมติการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ที่มาเลเซีย
โดยวันนี้ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. จะมีการประชุมในรายละเอียด และในห้วงบ่าย ทางไทยและกัมพูชาจะมีการลงนามบันทึกการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ร่วมกันระหว่าง แม่ทัพภาค 2 และผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 4 บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นตามผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปสมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
โดยมีเจตนารมณ์ตามปฏิญญาร่วม ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2568 โดยนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ไทย และมาเลเซีย พร้อมด้วยประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกันของทั้ง 4 ประเทศ ในการส่งเสริมความโปร่งใส ความไว้วางใจ และการบริหารจัดการกำลังทางทหารอย่างมีความรับผิดชอบในภูมิภาค ทั้งนี้ กองทัพไทยพร้อมเดินหน้าสันติภาพชายแดน โดยพิจารณาจากความจริงใจของฝ่ายกัมพูชาในการถอนอาวุธหนัก ที่มีความร้ายแรงต่อพลเรือนของไทยออกจากพื้นที่ชายแดน
อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 2 พร้อมปฏิบัติตามบันทึกการลงนามปรับกำลัง โดยการถอนอาวุธหนักที่มีความร้ายแรงออกจากพื้นที่ชายแดน ให้เพียงพอต่อการดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อลดความตึงเครียด ลดความหวาดระแวง และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ ภายใต้การสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) กองทัพไทยยืนยันว่า ทุกก้าวแห่งการปฏิบัติ อยู่บนพื้นฐานของอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนไทย



