จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรี วัดมหาธาตุ วรวิหาร และภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรี เข้าร่วมพิธีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

การจัดพิธีบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพฯ ซึ่งรัฐบาลและพสกนิกรทั่วประเทศพร้อมใจกันจัดขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย

ทั้งนี้ วัดมหาธาตุ วรวิหาร ถือเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรี มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดหน้าพระธาตุ” โดยมีพระปรางค์ห้ายอดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นที่เคารพสักการะของชาวเพชรบุรีและประชาชนทั่วไป

อนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยเสด็จพระราชดำเนินมายังวัดมหาธาตุวรวิหาร เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 เวลา 17.20 น. เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทรงสดับพระธรรมเทศนา เนื่องในวันมาฆบูชา โดยพระอมรสุธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ได้ถวายพระธรรมเทศนาเรื่อง “ปัจฉิมโอวาทกถา” กล่าวถึงหลักธรรมแห่งความไม่ประมาทในชีวิต การทำความดี และการทดแทนบุญคุณตามแนวทางพระพุทธศาสนา

ในโอกาสนั้น พระองค์ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธเทวาฤทธิ์ ภายในพระวิหารหลวง จากนั้นทรงพระดำเนินไปยังองค์พระปรางค์ห้ายอด ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า ทรงนำสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย และทรงเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปรางค์ห้ายอดสามรอบ พร้อมด้วยข้าราชบริพาร ข้าราชการ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา

นอกจากนี้ จะมีการจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ภายในห้วงระยะเวลา 100 วันแห่งการสวรรคต ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้