เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า การจัดระเบียบระบบเข้าเที่ยวอุทยานแห่งชาติเน้น “รวดเร็ว-โปร่งใส-ประทับใจประชาชน” และป้องกันการทุจริตได้ เนื่องจาก ระบบฉีกตั๋ว และรับเงินสด ในการขายบัตรเพื่อเข้าชมอุทยานแห่งชาติ กลายเป็นช่องโหว่ที่นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันได้ ระบบ E-Ticket เกิดขึ้นภายใต้โครงการจัดการระบบบริหารจัดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ หรือ E-National Park เพื่อป้องกันการทุจริต และจัดระเบียบรายได้การเข้าชมอุทยานแห่งชาติ

โดย E-National Park ประกอบด้วย 3 ส่วน ระบบ E-Ticket จะเป็นระบบการจัดเก็บตั๋วผ่านอิเล็กทรอนิกส์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีระบบที่โปร่งใสในการตรวจสอบทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อปิดช่องโหว่การทุจริตจากระบบฉีกตั๋ว และรับเงินสดของเจ้าหน้าที่ 1.ระบบจ่ายเงินที่ไม่ใช่ระบบจ่ายตรงกับเจ้าหน้าที่ แต่ชำระเงินผ่านเครื่อง EDC และ QR Code ส่งตรงเข้าธนาคาร 2.พัฒนาระบบการอนุญาตการจองบ้านพักออนไลน์ จากระบบ E-Ticket พัฒนาต่อยอดจาก Application QueQ ที่ใช้สำหรับจองคิวเข้าอุทยาน 3. ติดตั้งจุด Face Scan สแกนใบหน้า เพื่อป้องกันการสับสน นักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ได้เริ่มนำร่อง 6 อุทยานแห่งชาติทางทะเล เพราะเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากและมีรายได้ค่อนข้างมาก โดยจะติดตั้งระบบทั้งหมด 11 จุด ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท โดยเสนอขอจัดสรรงบประมาณในส่วนของงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งจะพร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 15 ต.ค.2568 สำหรับ 6 พื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา บริเวณเขาพิงกัน, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี บริเวณเกาะไม้ไผ่ อ่าวมาหยา เกาะปอดะ, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน บริเวณเกาเมียง (เกาะสี่) เกาะสิมิลัน (เกาะแปด), อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา บริเวณเกาะรอก, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ บริเวณอ่าวช่องขาด อ่าวไม้งาม, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี บริเวณเกาะห้อง เกาะเหลาลาดิง โดยจะใช้ระบบสแกนและจดจำใบหน้า

ส่วนแผนในปี 2569 ได้เตรียมตั้งจุดสแกนใบหน้าบริเวณทางเข้าอุทยานแห่งชาติ คาดว่าจะเพิ่มจุด Face Scan ดังกล่าว 70-80 แห่ง และภายในปี 2570-2572 จะดำเนินการให้ครบในอุทยานแห่งชาติ 156 แห่งทั่วประเทศ

นายอรรถพล กล่าวว่า การจัดระเบียบเข้าเที่ยวอุทยานแห่งชาติจะเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บรายได้ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ 4,000-5,000 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมารายได้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ในรอบช่วง 12 ปีที่ผ่านมานับจากปี 2557-2568 มีรายได้ตั้งแต่ระดับ 696 ล้านบาท จนถึง 2,000 กว่าล้านบาทขึ้นไป โดยในช่วงโควิด-19 รายได้ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติลดน้อยลง

“รายได้จากการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ปี 2568 น่าจะเพิ่มมากกว่าปี 2567 ประมาณ 2% กว่า โดยคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม รายได้จากการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ไม่เพียงพอกับมีรายจ่ายประจำที่ต้องคืนให้ท้องถิ่น และจ้างค่าพนักงาน และค่าใช้จ่ายบำรุงอุทยานแห่งชาติซึ่งถือเป็นรายจ่ายประจำประมาณ 1,400-1,500 ล้านบาท ทำให้มีเงินเหลือไม่ได้มากนักในการนำมาพัฒนาอุทยานแห่งชาติ” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ขณะที่การใช้จ่ายเงินอุทยานแห่งชาติในปีงบประมาณ 2568 อยู่ในกรอบวงเงิน 2,199.72 ล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 68.93% และรายจ่ายตามภารกิจ 31.07% ปัจจุบันได้อนุมัติใช้จ่ายไปแล้ว 99.19% ของงบประมาณทั้งหมด โดยประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้จ่ายเหล่านี้ได้ที่เว็บไซต์กรมอุทยานฯ