สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ว่า การประชุมของกลุ่มจี7 เป็นเวลา 2 วัน ที่เมืองโทรอนโต เริ่มขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ลงนามในข้อตกลงระยะเวลา 1 ปี ที่สามารถต่ออายุได้ เกี่ยวกับการจัดหาแร่ธาตุหายากของจีน

นางคาเทอรินา ไรเชอ รมว.เศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อตกลงระหว่างทรัมป์กับสี ถือเป็น “สัญญาณที่ดี” โดยชี้ให้เห็นถึงการพึ่งพาของเยอรมนีต่อการส่งออกแร่ธาตุสำคัญของจีน

อย่างไรก็ตาม ไรเชอเน้นย้ำว่า ข้อตกลงดังกล่าว “ไม่สามารถขัดขวางกลุ่มจี7” จากการเดินหน้าขยายห่วงโซ่อุปทานสำหรับวัตถุดิบที่ถูกใช้ในทุกสิ่ง ตั้งแต่แผงโซลาร์เซลล์ และโทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงขีปนาวุธความแม่นยำสูง พร้อมกับเสริมว่า จี7 จำเป็นต้องกระจายเส้นทางการนำเข้าวัตถุดิบ

เนื่องจากมีความกังวลเพิ่มขึ้น เกี่ยวกับอิทธิพลของจีนที่ครอบงำการกลั่นและการแปรรูปแร่ธาตุหายาก บรรดาผู้นำกลุ่มจี7 จึงประกาศ “แผนปฏิบัติการแร่ธาตุสำคัญ” ในการประชุมสุดยอดที่แคนาดา เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

ด้านนายทิม ฮอดจ์สัน รมว.พลังงานแคนาดา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดตัวโครงริเริ่มใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อจำกัดอิทธิพลในตลาดของจีน โดย “พันธมิตรการผลิตแร่ธาตุสำคัญ” จะสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญที่โปร่งใส เป็นประชาธิปไตย และยั่งยืนในกลุ่มจี7

ภายใต้พันธมิตรข้างต้น รัฐบาลของประเทศสมาชิกจี7 ได้แก่ สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐ จะระดมการลงทุนภาคเอกชน เพื่อขยายการผลิตแร่ธาตุสำคัญที่หลีกเลี่ยงจีน.

เครดิตภาพ : AFP