เมื่อวันที่ 31 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งมีชายคลุ้มคลั่งตะโกนเอะอะโวยวายอยู่ชั้นลอย ซอกตึกหมู่ 3 ริมถนนพหลโยธิน ต.ท่าศาลา อ.เมืองลพบุรี จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจหลายสิบนายเข้าปิดล้อมตึก พร้อมกับได้เกลี้ยกล่อมให้ลงมา เพราะเกรงว่าจะตกลงมา พร้อมได้ประสานรถกู้ชีพฯ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ให้รุดเดินทางไปสนับสนุนยังจุดเกิดเหตุ

สำหรับในที่เกิดเหตุเป็นตึก 3 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายโทรศัพท์มือถือ โดยที่บนหลังคาพบชายทราบชื่อภายหลังว่า นายประจวบ อายุ 44 ปี ชาวชัยนาท ซึ่งกำลังปีนป่ายอยู่ระหว่างซอกตึก ในมือถือโทรศัพท์พูดคุยอยู่กับอดีตภรรยา อายุ 44 ปี เจ้าของร้านที่เกิดเหตุ โดยทางอดีตภรรยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้ลงมาจากหลังคาตั้งแต่เวลา 08.00-09.50 น. แต่ก็ยังไม่มีท่าทีที่จะลงมาตามคำขอร้อง ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของอดีตภรรยา

พ.ต.ท.สมนึก คิดถูก รอง ผกก.ป. สภ.เมืองลพบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงได้ร่วมกันวางแผนเข้านำตัวลงมา โดยให้ตำรวจสายตรวจปีนตึกเข้าสองทางแยกกันเจรจา ขณะที่มีอดีตภรรยาตะโกนขอร้องให้ลงมาคุยกัน เวลาผ่านไปนานเกือบ 2 ชั่วโมง นายประจวบ มีท่าทีอิดโรยอ่อนแรง โดยมีการทำท่าเหมือนจะปีนลงมา พอเจอตำรวจจำนวนมากก็กลับจะปีนขึ้นไปบนตึกอย่างเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุมเชิงอยู่ด้านบนได้ดันตัวให้ตำรวจด้านล่างดึงตัวลง แต่ นายประจวบ ขัดขืนและได้ตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยคำหยาบคาย พร้อมกัดมือ ส.ต.ท.นพรัตน์ อินต๊ะรัตน์ ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับเอาคอตัวเองจ่อที่คมของสังกะสีมุงหลังคา หวังจะทำร้ายตัวเอง และดิ้นไปมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใช้ปืนไฟฟ้ายิงไป 2 ครั้งก็สามารถสยบความคลั่งลงได้

อดีตภรรยา เล่าว่า เคยอยู่กินกับนายประจวบ มาประมาณ 2 ปี และได้เลิกรากันไปนานกว่า 9 เดือน ทางนายประจวบ ได้โทรศัพท์มาง้อขอคืนดีทั้งที่มีภรรยาใหม่แล้ว ตนก็ปฏิเสธไป จนเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นายประจวบ ได้ปีนหลังคาตึกบุกจะเข้าไปที่ห้องของตน แต่ตนล็อกประตูแน่นหนา นายประจวบ ก็ไม่ยอมเลิกรา จนเวลาล่วงมาจนถึงเช้า โดยมีอาการคลุ้มคลั่งตลอดเวลา
ทั้งนี้ ทางตำรวจได้นำตัวนายประจวบ ส่งให้แพทย์ตรวจดูอาการและตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ในเบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด.



