เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพกรณีอาการป่วยของ “หนุ่ม กรรชัย” ผ่านเพจหมอเจอ โดยระบุว่า
“หนุ่ม กรรชัย” แอดมิตด่วน ยกเลิกร่วมอีเวนต์ใหญ่ ขอส่ง “หมวย อริสรา” รับไม้ต่อแทน!
จากข่าวอาการป่วยของ พี่หนุ่ม กรรชัย ที่ปวดท้องรุนแรง มีไข้ และตรวจพบค่าไตสูง หมอสันนิษฐานว่าเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดีที่หลุดไปอุดท่อน้ำดี
ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วภาวะนี้อันตรายกว่าที่คิดครับ
เพราะ “นิ่วในถุงน้ำดี” กับ “นิ่วในท่อน้ำดี” แม้จะเป็นนิ่วเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่มันไปอุดตัน เสี่ยงแบบไหนอันตรายกว่ากัน ผมขอจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ครับ
1.เข้าใจก่อนว่าน้ำดีทำงานแบบไหน
ร่างกายเรามีตับสร้างน้ำดี แล้วส่งมาพักไว้ที่ถุงน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน
เมื่อเรากินของมัน ถุงน้ำดีจะบีบตัว ปล่อยน้ำดีผ่านท่อน้ำดีไปยังลำไส้เล็ก
แต่ถ้าในระบบนี้เกิดก้อนนิ่วขึ้นมาเมื่อไร มันจะเหมือนมีเศษหินไปขวางทางน้ำดีให้ไหลไม่สะดวกครับ
2.นิ่วในถุงน้ำดี vs นิ่วในท่อน้ำดี
- นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone):
มักเกิดจากน้ำดีที่เข้มข้นเกินไปจนตกตะกอน ก้อนนิ่วนั้นขังอยู่ในถุงน้ำดีเฉย ๆ บางคนอยู่ไปทั้งชีวิตก็ไม่รู้ตัว - นิ่วในท่อน้ำดี (CBD Stone):
คือก้อนนิ่วที่หลุดจากถุงน้ำดีมาอุดอยู่ในท่อน้ำดีหลัก
ซึ่งอันนี้อันตรายกว่า เพราะเป็นเส้นทางหลักที่น้ำดีจากตับต้องไหลผ่าน
ผลคือเกิดอาการอุดตัน น้ำดีคั่ง และถ้าเชื้อแบคทีเรียเข้าไป ก็อาจลุกลามถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้ครับ
3.อาการที่ต้องระวัง
นิ่วในถุงน้ำดี :
- ปวดชายโครงขวาหลังมื้ออาหารมัน ๆ
- ปวดจุกแน่น อาจร้าวมาที่สะบัก
-คลื่นไส้ อาเจียน แต่ยังไม่มีไข้สูงหรือตัวเหลืองในระยะแรก
นิ่วในท่อน้ำดี:
- ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะใต้ชายโครงขวา
- มีไข้ หนาวสั่น
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
ปัสสาวะสีเข้ม / อุจจาระสีซีด
อาการแบบนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะ ท่อน้ำดีอักเสบเฉียบพลันได้ครับ
4.ทำไมค่าไตถึงขึ้นในภาวะนี้?
เวลาน้ำดีคั่งและติดเชื้อ ร่างกายจะเกิดภาวะอักเสบรุนแรงทั่วร่างกาย
เลือดที่ควรไปเลี้ยงไตกลับลดลง ทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน
ดังนั้นค่าไตที่สูงขึ้นในเคสแบบนี้ ไม่ใช่เพราะโรคไตโดยตรง แต่เป็นผลจากร่างกายช็อกจากการติดเชื้อครับ
5.การรักษา
ยังไม่อุดตัน: หมอมักเฝ้าดูอาการ หรือวางแผนผ่าตัดส่องกล้องเอาถุงน้ำดีออก
อุดตันแล้ว: ต้องระบายน้ำดีด่วน โดยใช้วิธี ERCP (ส่องกล้องผ่านปาก) เพื่อคีบเอาก้อนนิ่วออก ลดการอักเสบ
เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว จึงผ่าตัดเอาถุงน้ำดีต้นเหตุออก เพื่อไม่ให้นิ่วกลับมาอีกครับ
6.ป้องกันไม่ให้นิ่วกลับมา
1.ควบคุมน้ำหนัก ไม่อดอาหารหรือไดเอตหักโหม
2.ลดของทอด เครื่องใน และอาหารไขมันสูง
3.ดื่มน้ำมากพอเพื่อให้ระบบน้ำดีไม่ข้น
4.กินผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีให้มากขึ้น
5.ถ้ามีอาการปวดหลังอาหารมัน ๆ ซ้ำ ๆ อย่าชะล่าใจ รีบตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องครับ
นิ่วในถุงน้ำดีไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ ถ้ามีอาการปวดท้องขวาบ่อยๆ หรือจุกแน่นหลังอาหาร อย่ารอให้ปวดจนนอนไม่ได้
เพราะนิ่วก้อนเดียว อาจเปลี่ยนจากแค่อาการแน่นท้องไปเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด ได้ในไม่กี่ชั่วโมง ฝากด้วยครับถ้ามีอาการผิดปกติ รีบไปตรวจไว้ก่อนจะดีที่สุดครับ.



