สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ว่าผลการวิจัยซึ่งจัดทำโดยโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอดส์) ระบุว่า ระดับความเหลื่อมล้ำที่สูง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ กำลังทำให้โลกมีความเปราะบางต่อการระบาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้การระบาดเหล่านี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และคร่าชีวิตผู้คนได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงมีระยะเวลานานมากขึ้น
รายงานฉบับนี้นำโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายท่าน เช่น นายโจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล, นางโมนิกา ไกน์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของนามิเบีย และเซอร์ ไมเคิล มาร์มอต นักระบาดวิทยาชื่อดัง
On 3 Nov, the Global Council on Inequality, AIDS and Pandemics will release a new report looking at how to break the inequality–pandemic cycle.
— UNAIDS Global (@UNAIDS) October 31, 2025
Hear @MMKavanagh from @GeorgetownGHPP share how the Global Council’s recommendations could be acted upon by world leaders.⤵️ pic.twitter.com/xg1J8yMuAr
พวกเขาระบุในแถลงการณ์ว่า วัฏจักรความเหลื่อมล้ำและการระบาดใหญ่ สามารถเห็นได้จากวิกฤติสาธารณสุขโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้ เช่น โรคโควิด-19, เอดส์, อีโบลา, ไข้หวัดใหญ่ และโรคฝีดาษลิง
ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และปัจจัยทางสังคม นับตั้งแต่การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 โลกมีความเสี่ยงต่อการระบาดใหญ่ครั้งต่อไป และไม่มีการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
ขณะที่การระบาดครั้งล่าสุด ผลักดันให้ผู้คน 165 ล้านคนตกอยู่ในความยากจน แต่มหาเศรษฐีของโลกมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 4
นอกจากนี้ รายงานเรียกร้องให้ผู้นำโลกเพิ่มการเตรียมความพร้อมรับมือการระบาดใหญ่ เช่น การลงทุนในกลไกการคุ้มครองทางสังคมภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทั่วโลก และการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับประเทศกำลังพัฒนา รวมไปถึงการเข้าถึงการรักษาและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ที่เท่าเทียมกันทั้งในประเทศร่ำรวยและยากจน ซึ่งทำได้โดยการเพิ่มเงินทุนสำหรับการผลิตในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค และยกเว้นทรัพย์สินทางปัญญาทันทีเมื่อมีการระบาดใหญ่.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



