เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล  นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงความคืบหน้าหลังจากนายกรัฐมนตรีของไทยและกัมพูชาลงนามถ้อยแถลงร่วม รวมถึงการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ว่า  การหารือระหว่างนายกฯ ไทย และนายกฯ กัมพูชา และมีการลงนามถ้อยแถลงร่วม เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในทุกประเด็นที่เกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา โดยก่อนหน้านี้ ไทย-กัมพูชาเคยมีสัมพันธ์อันดี กระทั่งเดือน มี.ค.2568 มีการรุกล้ำเข้ามาทำให้เกิดความไม่สบายใจ และไทม์ไลน์เหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายกัมพูชาขุดคูเลตรุกล้ำ ทำให้เกิดการยิงต่อสู้กัน ต่อมาในเดือน ก.ค. เกิดเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิด ทำให้เกิดความสูญเสีย จนถึงวันที่ 24 ก.ค. มีการยิงระเบิดจากกัมพูชาตกลงที่ปั๊มน้ำมันใน จ.ศรีสะเกษ และมีการปะทะกันเป็นเวลา 4 วัน 5 คืน เกิดความสูญเสียและบาดเจ็บ จนถึงวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา รองนายกฯ ในเวลานั้น ได้เดินทางไปลงนามตกลงหยุดยิงทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมกันในเวลาเที่ยงคืน และให้มีผู้สังเกตการณ์คนนอกเข้ามาร่วม นับจากนั้นการดำเนินการระหว่างไทย-กัมพูชา ถูกจับตามองโดยสังคมโลก

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ เวลาผ่านมา 96 วัน ที่คนไทยอยากใช้ชีวิตปกติสุขโดยไม่เสียดินแดน จนนำมาซึ่งข้อตกลงที่ไทย ยืนยันใน 4 ข้อหลัก และนายกฯ ได้ลงนามถ้อยแถลงเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการต่อไป รวมถึงเรื่องของไซเบอร์สแกม นอกจากนี้ นายกฯ ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิบัติตามเอกสารถ้อยแถลง โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน มีหน้าที่ประเมินติดตามผลของฝ่ายไทยและกัมพูชา รวมถึงอำนวยการคณะผู้สังเกตการณ์ให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลนี้ ไม่มีการสูญเสียดินแดน ไม่ได้มีการสูญเสียเลือดของทหารและประชาชน

“รัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจนำความสงบสุขกลับคืนสู่คนไทย และยึดหลักไม่เสียดินแดนแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว และจะดำเนินการเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติ และรักษาอธิปไตยไทย” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกกว่า สำหรับการเปิดด่าน รัฐบาลมีแนวทางชัดเจนว่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่รัฐบาลจะพิจารณาทำ หลังจากที่กัมพูชาดำเนินการตามเงื่อนไขไทยครบทั้ง 4 ข้อ ตามที่ให้คำมั่นไว้ในการลงนามถ้อยแถลงเท่านั้น ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่สยบยอมกับกัมพูชาแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนเรื่องการปล่อยทหารกัมพูชา 18 นาย นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระบวนการนี้จะเริ่มต้นต่อเมื่อกัมพูชาทำตาม 4 ข้อตกลงของไทยอย่างจริงจัง ในระหว่างนี้อยู่ระหว่างการประเมินว่ากัมพูชาจะดำเนินการตามข้อเรียกร้องของไทยหรือไม่

เมื่อถามว่าจะมีความชัดเจนที่จะไม่ทำให้เสียดินแดน เช่น กรณีพื้นที่ปราสาทตาควาย นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะรุนแรงได้หยุดยิงไปตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ไปแล้ว ไม่มีการไปปะทะต่อได้ แนวทางที่รัฐบาลจะทำคือการเจรจา รวมถึงการปักปันเขตแดน และกรณีพิพาทที่เป็นปัญหาที่ต้องพูดคุยในระดับทวิภาคีร่วมในทุกพื้นที่ที่เห็นไม่ตรงกัน เมื่อถามย้ำว่าจะมีกรอบเวลาดำเนินการอย่างไรในกรณีของพื้นที่ปราสาทตาควาย หรือบ้านหนองจาน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในระยะเวลาอันสั้น ยังไม่มีกรอบเวลา แต่จะทำในสิ่งที่เป็นข้อตกลงไปก่อน