นายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกรีฑาผู้สูงอายุไทย และประธานสหพันธ์กรีฑาสูงอายุแห่งเอเชีย พร้อมคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ เดินทางเข้าร่วมแข่งขัน กรีฑาสูงอายุชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 5-11 พ.ย. 68 ที่ประเทศอินเดีย โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันประมาณ 50 คน นำทีมโดยนักกีฬาที่มีอายุมากที่สุดของการแข่งขัน คุณตาสว่าง จันทร์พรมหณ์ วัย 105 ปี เจ้าของ 4 เหรียญทองชิงแชมป์ อช. ครั้งที่ 22

นายวิวัฒน์ เปิดเผยว่า การแข่งขันกรีฑาสูงอายุชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขว้างในภูมิภาคเอเชีย ได้กลายเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่หลายๆ ประเทศใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างโอกาสการส่งเสริมให้ทุกกลุ่มวัยได้เล่นกีฬาต่อเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ยั่งยืน

“สหพันธ์กรีฑาสูงอายุแห่งเอเชีย องค์กรที่รับผิดชอบการจัดกรีฑาสูงอายุชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย มีความพยายามและมุ่งมั่นที่จะให้กรีฑาสูงอายุแห่งเอเชีย เอื้อประโยชน์ต่อสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศและสังคมโลก การแข่งขันกรีฑาสูงอายุเพื่อความชนะเลิศแห่งเอเชียจึงมีเป้าหมายสำคัญ นอกจากความเป็นเลิศเชิงกีฬาแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อคุณค่าทางสังคม และมูลค่าเชิงเศรษฐกิจอีกด้วย”

สำหรับการแข่งขันกรีฑาสูงอายุแห่งเอเชีย ครั้งที่ 23 เป็นอีกครั้งหนึ่งของนักกีฬาไทยที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อแสดงศักยภาพ และเกียรติภูมิของประเทศ ในการเข้าแข่งขันของนักกีฬาในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การประลองความสามารถต่อชัยชนะเท่านั้น หากเป็นการสร้างโอกาสได้ทำสิ่งที่เป็นความฝัน นั่นก็คือ การเป็นตัวแทนนักกีฬาไทยให้ชาวต่างชาติได้ประจักษ์ในความเป็นไทยที่เราภาคภูมิ ซึ่งการแข่งขันครั้งที่ 22 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ทัพนักกีฬาไทยทำผลงานได้ 29 เหรียญทอง 22 เหรียญเงิน และ 17 เหรียญทองแดง และคาดหวังว่าในครั้งนี้ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยจะทำผลงานได้ดีเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะมีการเตรียมความพร้อมกันมาเป็นอย่างดี

“เดิมทีการแข่งขันครั้งที่ 22 จะแข่งตั้งแต่ปีที่แล้วที่อินโดนีเซีย แต่อินโดนีเซีย ติดขัดในหลายๆ ด้าน จึงทำให้ยกเลิกการเป็นเจ้าภาพและอินเดีย มาเป็นเจ้าภาพแทนในครั้งนี้ ทำให้นักกีฬาห่างหายการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียไป ทุกคนมีความกระตือรือร้นอยากจะแข่งขัน จึงเตรียมความพร้อมกันมาอย่างดี ทั้งเรื่องของร่างกายและจิตใจ ผมขออวยพรให้นักกีฬาไทยมีความพร้อมในการเข้าแข่งขันเพื่อผลงานและความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง รวมทั้งร่วมกับนักกรีฑาสูงอายุจากภูมิภาคเอเชีย สืบสานเจตนารมณ์เพื่อความรุ่งโรจน์ของ กรีฑาสูงอายุแห่งเอเชีย เป็นที่ประจักษ์สืบไป” นายวิวัฒน์ กล่าว