สืบเนื่องจากที่ อิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ นักยิมนาสติกหนุ่ม ได้คัดตัวได้อันดับ 1 เมื่อปี 2567 ในฐานะแชมป์ประเทศไทย ประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์, ฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์, ม้าหมุน, ห่วง, ม้ากระโดด, บาร์คู่ขนาน และบาร์แนวนอน แต่กลับไม่มีชื่อติดทีมชาติไทย ประเภทยิมนาสติกศิลป์ชาย ในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย กำลังจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 68 นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา อิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ นักกีฬายิมนาสติก พร้อมด้วยคุณพ่อ และภาณุ ประดาไทย ผู้ฝึกสอนยิมนาสติก สังกัดสโมสรกองทัพอากาศ ต้นสังกัดของอิทธิฤทธิ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวเพื่อขอความเป็นธรรมแล้ว

คุณพ่อของอิทธิฤทธิ์ กล่าวว่า ลูกชายคัดตัวติดทีมชาติไทย กีฬายิมนาสติก ติดอันดับ 1 แต่ทางสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ให้ติดอันดับ 5 เป็นตัวสำรอง เราพยายามสอบถามไปว่าลูกของตนไม่ติดตัวจริงหรือ ทางสมาคมฯ บอกมาว่าไม่ติดอุปกรณ์เดี่ยว แต่ความจริงในระเบียบ คนที่ติดอันดับ 1-3 จะติดอุปกรณ์รวมเลย

“แต่พอประกาศออกมา มีนักกีฬาเชื้อสายญี่ปุ่นติดทีมชาติไทยเข้ามา ไม่ได้คัดตัว ไม่ได้แข่งกีฬาแห่งชาติ ก็เลยงงว่าทำไมถึงไม่ติด ย้อนอ่านกฎระเบียบมาถึงข้อ 5 ลูกชายผมไม่ติด เพราะไม่ได้เก็บตัว ไม่ได้ทดสอบสมรรถภาพ”

“เรื่องนี้ลูกผมผิดไหม ไม่ครับ เพราะถามไปแล้วว่าคนที่เป็นตัวสำรองซ้อมที่ไหนก็ได้ จะมีการประเมินออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายไม่หือ ไม่อือ ไม่ตาม เลยจะขอฝากถึงท่านธรรมนัส (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์) ให้เข้ามาช่วยแก้ไขเรื่องนี้ ผมถามแย้งกลับไปว่าทำไมถึงไม่ติด เขาบอกว่าลูกผมไม่มีศักยภาพ ผมไม่ทราบ แต่เด็กคนที่เล่นให้สโมสรทหารอากาศ จะมีปัญหาทุกคน”

คุณพ่อของอิทธิฤทธิ์ กล่าวต่อว่าว่า ต้องการให้สมาคมกีฬายิมนาสติกฯ ตอบคำถามที่เขียนไปว่า ทำไมลูกของตนไม่ติดทีมชาติไทย เราจะได้ความกระจ่างตรงนี้ และอยากให้ ร.อ.ธรรมนัส นำเรื่องตรงนี้เข้าสู่เรื่องพิจารณา เพราะที่ผ่านมา ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้รอเรื่องพิจารณา แต่ไม่รู้จะรอถึงเมื่อไร เพราะซีเกมส์จะแข่งแล้ว นี่คือสิ่งที่จะบอกว่าทำไมยิมนาสติกศิลป์ไทยถึงไม่พัฒนา ทำไมเด็กบางคนที่เก่งกว่าลูกตนถึงเลิก

ขณะที่ อิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ กล่าวว่า “ผมอยากได้ความยุติธรรม ผมคัดตัวถูกต้องแล้ว แต่งงว่าทำไมคนที่ไม่ได้คัดตัวมา กลับมีชื่อเป็นตัวจริงแทน”

*** ภาพ : สนามข่าว