เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 4 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมรับมือพายุคัลแมกี ว่า ได้นำข้อสั่งการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถึงพายุคัลแมกี ให้ทุกหน่วยงานที่เข้าประชุมรับทราบ เพื่อเตรียมรับมือต่อสถานการณ์ โดยมีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), กรมชลประทาน, กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมประชุมรับฟัง
นายภราดร กล่าวว่า จากการประชุมได้รับรายงานว่า พายุคัลแมกี จะเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงวันที่ 7-8 พ.ย.นี้ จากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยา, สทนช. และกรมชลประทาน คาดว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากพายุลูกนี้มากนัก เพราะมีพื้นที่รับน้ำอยู่พอสมควร ส่วนหลังจากนี้พายุจะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณจังหวัดสุโขทัย นครสวรรค์ กำแพงเพชร ยอมรับว่า บริเวณพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากสถานการณ์น้ำขณะนี้ยังคงมีระดับน้ำสูง จากอิทธิพลพายุ 6 ลูกที่ผ่านมา
นายภราดร กล่าวว่า ขณะนี้กรมชลประทาน พยายามควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ให้คงอยู่ในระดับ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีโอกาสจะเพิ่มไปถึง 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มมากขึ้น และจะพยายามควบคุมไม่ให้เกินตัวเลขนี้ และการบริหารจัดการน้ำให้ระบายออกพื้นที่ด้านข้าง แต่ต้องเน้นย้ำไม่ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำได้รับผลกระทบ เพราะมีการคาดการณ์ว่า ระดับน้ำจะสูงสุดในช่วงวันที่ 10 พ.ย.
ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่ กทม. จะได้รับผลกระทบหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า หากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำไม่เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กทม.น่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ซึ่งหากจะได้รับผลกระทบเขื่อนเจ้าพระยาจะต้องระบายน้ำอยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนบริเวณพื้นที่ภาคกลางตอนล่างจะไม่ได้รับผลกระทบหากสามารถควบคุมการระบายน้ำให้อยู่ในระดับ สำหรับเขื่อนเจ้าพระยาในขณะนี้ระบายน้ำอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายภราดร กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยก่อนหน้านี้ ว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติวงเงิน 6,000 ล้านบาท ให้กับประชาชนที่เดือดร้อนกว่า 600,000 หลังคาเรือนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง ปภ. ได้เร่งรัดจ่ายเงินเยียวยาในส่วนนี้ ส่วนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยมากกว่า 30 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน และนานเกิน 60 วัน รัฐบาลกำลังหาแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยา
เมื่อถามว่า หลังจากพายุลูกนี้หมดไปแล้วจะมีพายุลูกอื่นตามมาอีกหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ได้หารือกับกรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ทราบว่าตอนนี้มีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมเข้ามาที่ประเทศไทย ซึ่งหลังจากหมดพายุลูกนี้ พื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะไม่มีฝนแล้ว แต่จะเป็นพื้นที่ภาคใต้ที่จะได้รับผลกระทบ แต่ได้มีการกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือแล้ว
เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่ กทม.มีความกังวลเนื่องจากมีน้ำท่วมหลายพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา และมีการประสานกับสำนักระบายน้ำกรุงเทพมหานครอย่างไรบ้าง นายภราดร กล่าวว่า กทม.มีการบริหารจัดการอยู่ ซึ่งต้องยอมรับว่าในพื้นที่ กทม. มีลักษณะเป็นน้ำรอระบายอยู่บนผิวถนนแตกต่างจากพื้นที่ต่างจังหวัด
เมื่อถามว่า จะมีแนวทางการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ กทม. อย่างไรหลังบางพื้นที่มีน้ำท่วมขัง และไม่สามารถเดินทางสัญจรไปมาได้สะดวก จะมีการประสานทาง กทม.ให้จัดเตรียมรถยกสูงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี และจะรับเรื่องไปปรึกษากับ กทม. และ ปภ.



