เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหากรณีเกาหลีใต้แบนแรงงานไทยจาก 4 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ และมหาสารคาม ไม่ให้ไปทำงาน ภาคเกษตร/ภาคประมงตามฤดูกาลที่มาจาก MOU (E8) เป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2569 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2569 เนื่องจากมีแรงงานบางส่วนหลบหนีนายจ้าง ว่า มีความเห็นตรงกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากแรงงานของเราหนีนายจ้าง ลอตล่าสุดที่ส่งไป 51 คน หายไป 30 คน คิดเป็น 59% ถือว่ามากพอสมควร ทางเกาหลีจึงยุติการจ้างแรงงานแรงงานกลุ่มนี้ รวมถึงแรงงานที่มาจาก 4 จังหวัดดังกล่าว แต่แรงงานลอตใหม่ที่ส่งไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนั้น เกาหลีอะลุ้มอล่วยให้เป็นลอตสุดท้าย  

กระทรวงแรงงานพร้อมหาทางแก้ระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดการหลบหนีการจ้างงานได้ เช่น การเพิ่มเข้มงวดตรวจสอบพฤติกรรม พฤติการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงการใช้ระบบสมาร์ต TOEA ติดตามตัวแรงงาน โดยให้รายงานตัวต่อกระทรวงแรงงานทุกๆ เดือน เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการเพื่อลดความห่วงใยของทางเกาหลีใต้ ต้องแก้ปัญหาผีน้อยไทยในเกาหลีซึ่งมีจำนวนมาก ให้กลับเข้าสู่ระบบการจ้างงานตามกฎหมาย ผีน้อยต้องหมดไป ซึ่งต้องมาวางกลไกกันต่อ

ที่ผ่านมาทางเกาหลีเคยมีการนิรโทษกรรมแรงงาน แต่เข้าสู่ระบบไม่มากนัก เนื่องจากมีความกังวลบางประการ เช่นกังวลว่าจะไม่ได้กลับไปทำงานกับนายจ้างรายเดิมอีก อาจจะเจรจาให้สามารถต่ออายุการทำงานเลยโดยไม่ต้องกลับเข้าสู่ประเทศไทยก่อน  

รมว.แรงงาน กล่าวต่อว่า ส่วนคนที่หายไป 30 คนนั้น เรามีรายชื่อทั้งหมดแล้ว แต่ตอนนี้ยังติดตามตัวไม่ได้ วันนี้กระทรวงแรงงานติดตามไปยังญาติพี่น้องที่จังหวัดต้นทาง ว่าคนเหล่านี้อยู่ที่ไหน ได้ติดตาม ติดต่อ พูดคุยกันหรือไม่ โดยขอให้คนเหล่านี้กลับประเทศไทย และกลับเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้อง

“การไปทำงานต่างประเทศเป็นแหล่งหารายได้ ก็ต้องทำตามกฎหมายประเทศนั้นๆ คือสิ่งสำคัญ ครั้งนี้คน 4 จังหวัดดังกล่าวกว่า 4-5 ล้านคน ก็กระทบด้วย ดังนั้นอยากให้กลับมารายงานตัว ส่วนกรณีที่มีการให้ข้อมูลว่าแรงงานถูกลวนลาม อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เราก็พยายามสอบถามไป แต่ต้องยอมรับความจริงว่า หากมีเคสลักษณะนั้นอยู่บ้างก็คงไม่ใช่ทั้ง 30 คน ดังนั้นจะแก้ไขอย่างไร” 

เมื่อถามว่าหากกลับเข้าสู่ระบบจะสามารถยกเลิกแบนได้หรือไม่ ในที่สุดนายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นเพียงแค่การพูดคุย โดยท่านทูตบอกว่าอยากให้เร่งนําตัวคนเหล่านี้กลับมายังประเทศไทย หากเริ่มดําเนินการในส่วนนี้ได้ เราอาจจะแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น อาจจะใช้ความร่วมมือระหว่างกระทรวง หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเพื่อที่จะประสานนําตัวกลับมา

เมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้เรายอมรับโทษแบนแรงงาน 4 จังหวัดนี้แล้วใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ว่ายอมรับ หรือไม่ยอมรับ แต่เรื่องนี้เป็นอำนาจของประเทศปลายทางโดยสมบูรณ์เช่นเดียวกับการที่ต่างชาติเข้ามาทํางานในประเทศไทย 

เมื่อถามว่า ในกรณีแรงงานที่หนีนายจ้างกว่า 30 คนนั้น หากตรวจสอบแล้วในกรณีคนที่หนีโดยไม่ได้มีเหตุอันควร ทางกระทรวงแรงงานไทยจะแบนไม่ให้ส่งไปทำงานต่างประเทศเลยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่จะทําคือการแบล็กลิสต์ไม่ให้กลับไปทํางานที่เกาหลี ส่วนประเทศอื่นๆ จะต้องดูว่าให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงใด ในการกลับมาเพื่อคืนความเป็นปกติให้ พี่น้องหรือเพื่อนแรงงานในจังหวัด 

เมื่อถามต่อว่าได้คุยกับทางเกาหลีเพิ่มเติมเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้กระทบกับนักท่องเที่ยวหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นอกเหนือจากเรื่องการไปทํางาน ไม่ได้พูดเรื่องอื่น แต่จากการติดตามสถานการณ์คนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวเกาหลี พบว่ามีการหลบหนีไปทํางานน้อยลงกว่าที่ผ่านมา เป็นผลจากการตรวจเข้ม ซึ่งนั่นเป็นภารกิจของหน่วยงานอื่น ยืนยันว่าการหลบหนีของแรงงานไทย 4 จังหวัด ไม่ได้กระทบกับการท่องเที่ยวเกาหลี เชื่อว่าหน่วยงานสามารถแยกแยะได้