นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือเงินเฟ้อ เดือน ต.ค.68 เท่ากับ 100 ลดลง 0.76% เป็นการลดลงต่อเนื่อง 7 เดือนติด นับจากเดือน เม.ย.68 โดยมีสาเหตุจากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ ราคาพลังงานตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง และมีสินค้าสำคัญ เนื้อสุกร ไข่ไก่ ผักสด และผลไม้สด รวมทั้งของใช้ส่วนบุคคลก็ถูกลง ขณะที่เงินเฟ้อรวม 10 เดือนของปี 68 (ม.ค.-ต.ค.) ลดลง 0.09%
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณเงินฝืด เพราะสาเหตุหลักที่เงินเฟ้อลดลงมาจากเรื่องพลังงานที่ลดลง เงินบาทแข็งค่า และยังมีมาตรการดูแลค่าพลังงาน ค่าไฟ แต่เมื่อดูในด้านกำลังการบริโภคยังขยายตัว ไม่มีปัญหา และไทยก็เคยเงินเฟ้อติดลบมากสุด 12 เดือน
ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อเดือน พ.ย.68 คาดยังคงลดลง หลังราคาน้ำมันดิบดูไบต่ำกว่าปีก่อน รัฐบาลมีนโยบายลดค่าครองชีพ ดีเซล และค่าไฟ ราคาผักสดผลไม้ลดต่ำลง แต่ต้องจับตาการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ทำให้ค่าโดยสารเครื่องบินแพงขึ้น และราคาสินค้าบางชนิด เช่น กะทิ กาแฟสำเร็จรูป เกลือป่น และน้ำมันพืช สูงขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคาดการณ์เงินเฟ้อ ปี 68 อยู่ที่ 0.0% ส่วนผลกระทบจากคนละครึ่ง พลัส หากไม่มีผล เงินเฟ้อทั้งปีอาจติดลบได้ ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานออก เดือน ต.ค. สูงขึ้น 0.61% ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือน ก.ย.68 ที่สูงขึ้น 0.65% รวม 10 เดือน เพิ่มขึ้น 0.87%
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า รายละเอียดเงินเฟ้อเดือน ต.ค.68 ที่ลดลง 0.76% มาจากการลดลงของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.10% โดยสินค้าสำคัญที่ลดลง ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า แก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ของใช้ส่วนบุคคล รถยนต์ ค่าโดยสารเครื่องบิน เสื้อผ้า ส่วนสินค้าสำคัญที่แพงขึ้น อาทิ ค่าเช่าบ้าน ค่าบริการขนขยะ ค่าแต่งผมบุรุษและสตรี และอาหารสัตว์เลี้ยง
ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.17% จากการลดลงของสินค้ากลุ่มผักสด ต้นหอม ผักกาดขาว พริกสด มะนาว ผลไม้สด เช่น องุ่น มะม่วง กล้วยน้ำว้า ไข่ไก่ เนื้อสุกร ส่วนสินค้าที่แพงขึ้น เช่น กับข้าว ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวสารเจ้า ปลาทู ปลาช่อน กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร น้ำมันพืช กะทิสำเร็จรูป น้ำพริกแกง



