นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการบริหาร บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยถึงการจัดงาน Thailand Smart City Expo ว่า ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 และถือเป็นปีแรกที่ได้จัดควบคู่กับงาน Secutech Thailand 2025 งานแสดงเทคโนโลยีความปลอดภัยอาเซียน โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท เมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต จำกัด สำนักงานไต้หวัน ซึ่งการผนึกกำลังของทั้งสองงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น
การจัดงาน Thailand Smart City Expo 2025 ถือเป็นงานที่รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย SMART Telecom, SMART Energy, SMART Living, SMART Industry & Retail, SMART Mobility, SMART Environment และ SMART Healthcare เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเมืองในทุกมิติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมโครงการพัฒนาเมืองในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ผ่านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะ

งานนิทรรศการไทยแลนด์เมืองอัจฉริยะ หรือ Thailand Smart City Expo มีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยในปีนี้ได้ขยายพื้นที่จัดแสดงงานเพิ่มขึ้นกว่า 80% เพื่อรองรับการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดกว่า 700 รายการ จากประเทศชั้นนำทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลี เนเธอร์แลนด์ จีน และอีกหลายประเทศ รวมถึงเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขากว่า 80 หัวข้อตลอด 3 วัน โดยงาน Thailand Smart City Expo 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 พฤศษจิกายน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานจากภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศไม่น้อยกว่า 15,000 ราย และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 1,200 ล้านบาท

ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การสนับสนุนงาน Thailand Smart City Expo และ Secutech Thailand เป็นการขับเคลื่อนนโยบายสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เป็นรูปธรรม ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนสะท้อนความแข็งแกร่งของไทย สร้างความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติว่าไทยคือจุดหมายที่พร้อมสร้างความสำเร็จทั้งในเชิง Return on Investment และ Return on Experience
ทีเส็บยังใช้เวทีงานแสดงสินค้าเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามนโยบายรัฐบาล โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลคือหนึ่งในเป้าหมายหลัก งานทั้งสองจึงมีนัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การผนวกรวมสองงานยังช่วยสร้างงานแสดงสินค้าที่มีมูลค่าสูง (High Value) และผลกระทบสูง (High Impact) โดยเป็นการแสดงศักยภาพของไทยสู่สากล (Inside Out) และดึงดูดความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้าสู่ประเทศ (Outside In) ทีเส็บเชื่อมั่นว่างานนี้จะขับเคลื่อน Smart City ของไทย และผลักดันประเทศสู่การเป็น High Value Destination



