เทศกาลลอยกระทงประจำปี 2568 ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “River Festival 2025 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 11 ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงกตัญญูแม่พระคงคา บูชาแม่แห่งแผ่นดิน” โดยร่วมถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเทศกาลแห่งศรัทธาและความงดงามของสายน้ำ พร้อมมุ่งเน้นการสืบสานประเพณีอันงดงามควบคู่ไปกับการรักษ์โลกอย่างยั่งยืน


งานดังกล่าวจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธาและความงดงามของสายน้ำ ณ วัดอรุณราชวราราม ระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งริเริ่มโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร และเครือข่ายมิตรภาคีจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อดำรงไว้ซึ่งประเพณีลอยกระทงให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และจิตสำนึกแห่งความกตัญญูต่อสายน้ำ


หัวใจสำคัญของงานในปีนี้คือการนำเสนอแนวคิด “บ่อลอยรักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเลือกที่จะลอยกระทงในบ่อปิดแทนการลอยในแม่น้ำและคลอง ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่ผสานการอนุรักษ์ประเพณีไทยเข้ากับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างกลมกลืน เพื่อลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำ พร้อมกันนี้ ยังมีการรณรงค์ให้ใช้กระทงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ และนำกลับมารีไซเคิลเป็นปุ๋ยอินทรีย์ (กระทง 1 ใบ = สามารถนำไปรีไซเคิลเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ได้ 1 ต้น) และกระทงประธีปที่ทำจากเทียนไข ยังสามารถนำกลับมาหลอมเป็นเทียนที่ใช้ในโบสถ์ได้อีกด้วย ภายในงานยังมีการจัดเตรียมพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ รวมถึงมีบูธร้านค้าที่จัดจำหน่ายอาหารไทยหลากหลายเมนูเพื่อเติมเต็มบรรยากาศเทศกาลอย่างครบครัน


‘ภาวิดา พิงกระโทก’ และ ‘ปาริฉัตร สามปรุ’ สองคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมลอยกระทงใน “บ่อลอยรักษ์โลก” ที่วัดอรุณราชวราราม กล่าวว่า การลอยกระทงในบ่อปิดเป็นประสบการณ์ใหม่ที่สะท้อนมุมมองร่วมสมัยของประเพณีไทย ทั้งคู่เห็นว่าการลอยกระทงในบ่อไม่ได้ลดทอนความหมายของการขอขมาพระแม่คงคา แต่กลับเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อสายน้ำอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกล่าวว่า การเห็นคนทุกวัยมาร่วมลอยกระทงด้วยความตั้งใจและตระหนักถึงผลกระทบต่อธรรมชาติ เป็นภาพที่ให้แรงบันดาลใจ และเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย เช่น การใช้วัสดุธรรมชาติหรือเลือกลอยในพื้นที่ที่มีระบบจัดการที่ดี สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อโลกได้จริง


นอกจากบูทประดิษฐ์กระทงและร้านอาหารไทยแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ อาทิ กิจกรรม “เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม” ที่เข้ามามีบทบาทในการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้คุณค่าของประเพณีไทยควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติ และโครงการ “Clean Klong” ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้ร่วมกันเก็บขยะและคัดแยกวัสดุรีไซเคิลจากพื้นที่ริมน้ำ เพื่อสร้างจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง





