สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า การปิดทำการของรัฐบาลกลางสหรัฐ ซึ่งเข้าสู่วันที่ 36 และยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ บีบบังคับให้เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ 13,000 คน และเจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยการขนส่ง 50,000 คน ต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

สถานการณ์นี้ยิ่งทำให้ปัญหาการขาดแคลนพนักงานแย่ลง รวมถึงทำให้เกิดความล่าช้าของเที่ยวบินอย่างกว้างขวาง และผู้คนต้องเข้าคิวยาวเหยียดที่จุดตรวจรักษาความปลอดภัยของสนามบิน

แม้รัฐบาลวอชิงตันไม่ได้ระบุชื่อสนามบิน 40 แห่งที่ได้รับผลกระทบ แต่คาดว่า การลดเที่ยวบินจะส่งผลกระทบต่อสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุด 30 แห่ง รวมถึงสนามบินที่ให้บริการในมหานครนิวยอร์ก วอชิงตัน ดี.ซี. ชิคาโก แอตแลนตา ลอสแอนเจลิส และดัลลัส

ตามข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์การบิน ซิเรียม การดำเนินการดังกล่าว จะลดเที่ยวบินมากถึง 1,800 เที่ยวบิน และที่นั่งบนเครื่องบินกว่า 268,000 ที่นั่ง

มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดแรงกดดันต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ ขณะที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) เตือนว่า อาจเพิ่มข้อจำกัดเที่ยวบินหลังจากวันที่ 7 พ.ย. หากปัญหาการจราจรทางอากาศยังคงเกิดขึ้นอีก

ด้าน “แอร์ไลน์ส ฟอร์ อเมริกา” ซึ่งเป็นกลุ่มของสายการบินรายใหญ่ในสหรัฐ อาทิ เดลตา แอร์ไลน์ส, ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส, อเมริกัน แอร์ไลน์ส และเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส กล่าวว่า สมาชิกกำลังทำความเข้าใจกับขั้นตอนต่อไป รวมถึงกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลกลาง เพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดทั้งหมดของข้อบังคับใหม่ และจะพยายามบรรเทาผลกระทบต่อผู้โดยสารและผู้ส่งสินค้า

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุอีกว่า เอฟเอเอมีกำหนดจะประชุมทางโทรศัพท์กับสายการบินต่าง ๆ ในช่วงเย็นของวันที่ 6 พ.ย. เพื่ออธิบายวิธีการดำเนินการลดเที่ยวบินดังกล่าว.

เครดิตภาพ : AFP