เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก (ที่ปรึกษา ผบ.ทบ.) และ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 (อดีตมทภ.2) เข้าร่วมการจัดแสดงนิทรรศการ และเสวนาให้ความรู้แก่นักศึกษาวิชาทหาร เนื่องในวันที่ระลึกทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1 ในหัวข้อเรื่อง “เกียรติภูมิของทหารไทย” จัดโดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) 

โดย พล.ท.บุญสิน กล่าวเสวนาว่า ยอมรับว่าตนไม่เคยคิดมาก่อนเลยกับการรบของไทยและกัมพูชาในครั้งนี้ เพราะถือเป็นการรบที่ใหญ่ที่สุดของไทย ในการบัญชาการสู้รบครั้งใหญ่ของทหารไทย และถือเป็นความโชคดีของตนซึ่งตนรู้สึกดีใจมากที่ได้ทำหน้าที่ตรงนั้น เพราะตนเรียนด้านนี้มาโดยเฉพาะ 

พล.ท.บุญสิน กล่าวอีกว่า “ถือเป็นความโชคดีของฝั่งกัมพูชาที่เจอตน ที่เป็นคู่ปรับแบบสมน้ำสมเนื้อ ซึ่งเราได้มีการคาดการณ์สถานการณ์โดยที่ไม่ประมาท ที่ผ่านมาในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ที่มีการก่อกวนมาโดยตลอด และตนขอสดุดีวีรกรรมของ 16 วีรชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งขณะนี้แม้เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ตนก็ยังทำหน้าที่อยู่” 

พล.ท.บุญสิน กล่าวอีกว่า ส่วนในการพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนนั้นก็มีความรักศรัทธาในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีแค่นี้และไม่ได้ทำอย่างอื่น และขอฝากไปยังเยาวชนรุ่นใหม่สร้างความเข้มแข็งให้กับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของเราให้มากกว่าเดิม สีธงชาติ มันเข้มด้วยมือของเราเหมือนกับที่ทุกคนทำเพื่อศักดิ์ศรีของคนไทย

พล.ท.บุญสิน กล่าวอีกว่า ก่อนช่วงการปะทะกัน ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ด้วยความที่ตนเป็นผู้บัญชาการทหารในพื้นที่ ต้องมีการศึกษาพฤติกรรมและสันดานของอีกฝ่ายว่าเป็นอย่างไรโดยไม่ประมาท และเราต้องรู้ทันเพราะเขาทำเพื่อประโยชน์ของเขาเช่นกัน แต่การทำเพื่อประโยชน์ของเขานั้น มันอาจจะไม่มีคุณธรรมจริยธรรมอยู่ในพฤติกรรมนั้นเลย จึงออกมาเป็นลักษณะยั่วยุ ล้ำเขตแดน แล้วอยู่ๆ ก็ไปเผาศาลานำกองกำลังรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของเรา 150 เมตร ซึ่งถือเป็นการไม่ให้เกียรติทหารอีกฝั่งหนึ่งเลย 

พล.ท.บุญสิน กล่าวอีกว่า หมายความว่าอีกฝั่งหนึ่งพยายามทำบางอย่างอยู่ บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) 2543 และ 2544 ระหว่างไทย-กัมพูชา ก็บอกอยู่ว่าอย่าทำอะไรให้มันเปลี่ยนแปลง และเมื่อเขาไม่ให้เกียรติเรา เราก็ไม่ต้องให้เกียรติเขา โดยทำตามมาตรการตามลำดับ ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก จนเป็นภาพที่ปรากฏ อีกทั้ง ฝั่งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีก็ได้เพิ่มความเข้มข้นในการปิดด่านและเมื่อพอกระทบกับอีกฝ่ายหนึ่ง เขาก็มีการขอเจรจา และถอนกำลังออกจากพื้นที่ และพอเมื่อถอน ก็เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม  ตามที่เป็นข่าว ยอมรับว่าตนก็อยากจะดำเนินการถึงระดับ 10 อยู่เหมือนกัน แต่ว่าประเทศเราถูกจับตามองจากประชาคมโลกและอาจถูกมองว่าเป็นฝ่ายรังแกอีกฝั่งก็ได้

เมื่อถามว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าปราสาทตาควายคงจะต้องรอรุ่นต่อไปดำเนินการใช่หรือไม่ พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ต้องรอสายโลหิต หมดยุคนี้แล้วต้องรอ ว่าคนรุ่นใหม่ที่ยอมรับว่าปราสาทตาควายไม่ใช่ของกัมพูชาแต่เป็นของไทย เพราะฉะนั้นใครเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นจะทำอย่างไร ซึ่งมีหลายวิธีจากเบาไปหาหนัก 

พล.ท.บุญสิน กล่าวย้ำว่า สิ่งที่ตนภูมิใจที่สุดในชีวิตคือภูมิใจที่ได้แผ่นดินคืน ย้ำว่ารับราชการมาเพื่อรอวันนี้ ในตอนเกิดสถานการณ์ชายแดน เราคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะเอาแผ่นดินคืน แม้จะมีการหยุดยิงแต่ตนก็อยากได้คืนอยู่ แต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย เช่น มีการเจรจา มีประเทศมหาอำนาจมาเข้าเกี่ยวในการพูดคุย เราก็ต้องชะลอไว้ก่อน เพราะถ้าหากเราปะทะจะถือว่าเราเป็นการขัดข้อตกลง