ความเชื่อที่ว่าห้องน้ำคือแหล่งกำเนิดหลักของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) อาจจะต้องเปลี่ยนไป หลังผลการศึกษาใหม่ชี้ชัดว่า สุขอนามัยในห้องครัว โดยเฉพาะการจัดการกับเนื้อสัตว์ดิบ เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคนี้ถึง 20%

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร mBio โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน ได้วิเคราะห์ตัวอย่างเชื้อแบคทีเรีย E. coli กว่า 5,700 ตัวอย่าง ที่เก็บจากผู้ป่วย UTI และจากตลาดขายเนื้อสัตว์ในท้องถิ่น ระหว่างปี 2560 ถึง 2564 พบว่าไก่และไก่งวง เสี่ยงติดเชื้อสูงสุด

ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า สายพันธุ์ของเชื้อ E. coli ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะสูงถึง 20% เป็นสายพันธุ์เดียวกันกับที่พบในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงโดยตรง ระหว่างการสัมผัสอาหารกับภาวะเจ็บป่วย

ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก (ไก่งวงและไก่) มีอัตราการปนเปื้อนสูงสุด ตามมาด้วย เนื้อหมูและเนื้อวัว

นักวิจัยระบุว่า “ความเหนียว” (stickiness) ของเนื้อดิบเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการติดเชื้อ UTI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฆ่าเชื้อที่มือ และอุปกรณ์ทำอาหารที่ไม่เพียงพอ ถือเป็นเส้นทางหลักของการแพร่กระจายเชื้อจากเนื้อสู่ร่างกายมนุษย์

การวิเคราะห์ยังเผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างรายได้กับการติดเชื้อ โดยพบว่า ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่รายได้ต่ำ มีแนวโน้มที่จะติดเชื้อ UTI จากอาหารสูงกว่าผู้อยู่อาศัยในพื้นที่รายได้สูงถึง 60%

นักวิจัยเน้นย้ำว่า “แม้ว่าการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ จะได้รับการยอมรับว่าเป็นปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล แต่การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าควรแก้ไขปัญหานี้จากมุมมองด้านความปลอดภัยของอาหารด้วย”

ทีมวิจัยแนะนำแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดมากขึ้น ในการจัดการกับเนื้อดิบ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์: เมื่อซื้อเนื้อสัตว์และสัตว์ปีก ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์ถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนา

ลำดับการเตรียมอาหาร: ควรเตรียมอาหารประเภทผักและผลไม้ให้เสร็จก่อน แล้วจึงจัดการเนื้อสัตว์เป็นอย่างสุดท้าย

ใช้เขียงแยก: ควรใช้เขียงแยกต่างหากสำหรับเนื้อดิบโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม

ฆ่าเชื้ออุปกรณ์: ทำความสะอาดมือและอุปกรณ์ทำอาหารทุกชิ้นทันทีหลังจัดการเนื้อดิบ.

ที่มาและภาพ : insight korea, freepik