จากกรณีปรากฏข่าวว่า กองทัพเมียนมาเข้าตรวจค้นพื้นที่โครงการ เคเคปาร์ค เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ชายแดนไทย-เมียนมา ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. 68 และยังคงปรากฏว่ามีเหตุระเบิดเกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่โครงการเคเคปาร์ค กว่า 24 ครั้ง ส่งผลให้แรงงานต่างชาติจำนวนมากลักลอบเผ่นข้ามแม่น้ำเมย มายังฝั่งไทย จำนวนกว่า 1,500 คน แบ่งเป็น 26 สัญชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาหลบหนีเข้าเมือง ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. สั่งการให้ บก.ตม.5 และ ตม.จว.ตาก ดำเนินการรับตัวคนต่างด้าวที่พ้นโทษตามคำพิพากษา เข้าสู่ขั้นตอนการส่งกลับไปยังประเทศปลายทาง เน้นย้ำให้ดำเนินการไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งขณะนี้ มีคนต่างด้าวพ้นโทษตามคำพิพากษาและถูกส่งตัวมายังห้องกักของ ตม.จว.ตาก แล้ว จำนวน 622 ราย โดยช่วงเช้าของวันนี้ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 พ.ต.อ.ชินกร อัศวภูมิ ผกก.ตม.จว.ตาก พ.ต.อ.รัฐพงศ์ แก้วยอด ผกก.สส.บก.ตม.5 ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นำโดย นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพศาล นันตา ผบก.ภ.จว.ตาก นายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอแม่สอด พ.อ.ณรงค์ชัย เจริญชัย รอง ผบ.กกล.นเรศวร พ.อ.ชนกานต์ แสงศร ผบ.ฉก.ราชมนู พ.อ.กฤษณะ น้ำแก้ว รอง ผบ.ฉก.ราชมนู พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินการส่งกลับคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย จำนวน 270 ราย โดยทางการประเทศอินเดีย จัดเครื่องบินขนส่งทางทหาร C-130 มารับถึง ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด จ.ตาก จำนวน 2 เที่ยวบิน
สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย จำนวน 270 ราย ที่ดำเนินการส่งกลับ แบ่งเป็น ชาย 244 ราย หญิง 26 ราย ผ่านกระบวนการคัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ ไม่พบข้อบ่งชี้การเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ดำเนินคดีในความผิดฐาน “เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และรับโทษตามคำพิพากษาศาล เสร็จสิ้นแล้ว
โดยหลังจากนี้ บก.ตม.5 โดย ตม.จว.ตาก จะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาพฤติการณ์ของคนต่างด้าว จากการถามปากคำ และพยานแวดล้อมอื่นๆ หากพบว่า มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร จะเสนอรายชื่อไปยัง กองบังคับการสืบสวน สตม. เพื่อดำเนินการขึ้นบัญชีคนต้องห้ามต่อไป.



