นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม สื่อมวลชน ในฐานะเลขานุการและโฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคง วุฒิสภา ได้กล่าวถึง สถานการณ์ความรุนแรงใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งมีเหตุการณ์วาระเบิดจุดตรวจยุทธศาสตร์บ้านปาลัต ต.ปาลัต อ.มายอ จ.ปัตตานี ที่สร้างความเสียหายให้ ป้อมยาม จุดตรวจ และบ้านเรือนประชาชน 17 หลัง รถ จยย.อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งการยิงทหารพรานเสียชีวิต ที่ อ.เจาะไอร้อง ยิงฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ที่ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ วางเพลิงเผารถยนต์บริษัทรับเหมาก่อสร้างถนนที่ ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และโจมตีจุดตรวจ ชตค.ที่ บ้านน้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รวมทั้งการ ทำลายกล้อง ซีซีทีวี เป็นจำนวนมากในพื้นที่ จ.นราธิวาส และ”จ.ปัตตานี
ขอเรียกร้องให้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งทำหน้าที่ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีการตรวจสอบสถานการณ์ และปรับแผนในการรับมือการ ก่อการร้ายรายวัน ของ”กองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็น ที่แหล่งข่าวแจ้งว่าจะมีการ ก่อเหตุรายวันตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568 โดย สั่งการให้ แนวร่วมรุ่นใหม่ ที่ผ่านการฝึกอาวุธและก่อวินาศกรรม ปฏิบัติการ สร้างสถานการด้วยระเบิดแสวงเครื่อง ระเบิดไปป์บอมบ์ และการซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการของ ชคต.และ นปพ.รวมทั้ง วางเพลิง วางระเบิด เครื่องจักกล ของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เพื่อทำการการพัฒนาพื้นที่ ทำลายเศรษฐกิจ ทำความความเชื่อมั่นของประชาชน ทีมีต่ออำนาจรัฐ ล่าสุด แกนนำ บีอาร์เอ็น ได้สั่งการให้ กองกำลังติดอาวุธ ฆ่าเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย ที่เดินทางไป-มา คนเดียว ฆ่าสายข่าวที่เป็นประชาชนในพื้นที่ ฆ่าผู้มีพฤติกรรมติดยาเสพติดที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน เพื่อสร้างคะแนนนิยมต่อประชาชน ในส่วนของ”แนวร่วม” ที่เป็น”เยาวชนชาย-หญิง” ที่เรียกว่า”เปอร์มูดอ และ” เปอร์ดูดี “ ให้ปฏิบัติการ ทำลายกล้องวงจรปิด ที่มีอยู่ให้หมดสิ้น ให้ เยาวชนหญิง ทำหน้าที่”สายข่าว” และ ติดตาม ความเคลื่อนไหว ของ เจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ แทนเยาวชนชาย ที่กำลังตกเป็น เป้าหมาย” ของ” เจ้าหน้าที่ และมีการเปลี่ยนแปลงการเก็บเงินรายเดือนจากสมาชิกในพื้นที่ให้ เยาวชนหญิง ทำหน้าที่แทน
นายไชยยงค์ฯ กล่าวว่า พล.ท.นราธิป โพยนอก เข้ามารับผิดชอบในการดับไฟใต้ เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ที่นโยบายในการดับไฟใต้ยังไม่ตอบโจทย์ของปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะยังไม่มีแนวทางใหม่ๆ เพื่อรับมือการ ปฏิบัติการของ บีอาร์เอ็น การ โยกย้ายผู้นำหน่วยคนเก่าและแต่งตั้งผู้นำหน่วยคนใหม่ ส่วนใหญ่เป็น พวกพ้อง ไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ การแต่งตั้ง ผอ.กองข่าว ที่เป็น หัวใจสำคัญ มาจาก ส่วนกลาง ที่ถูกมองว่ามาเพื่อ บริหารงบประมาณ มากกว่าการสร้างประสิทธิภาพของ งานการข่าว รวมทั้งทีมที่ปรึกษา ที่ไม่มีความโดดเด่น รวมทั้งการการแก้ปัญหาของไฟใต้ยังอยู่ใน”บริบท เดิมๆ เน้นที่ผู้นำศาสนาเก่าๆเดิมๆ ที่ปรึกษามาแล้ว 21 ปี แต่ไม่มีประโยชน์อะไร อยากให้ แม่ทัพภาคที่ 4 เปลี่ยน”กลยุทธ” เปลี่ยน”นโยบาย”ใหม่ๆ ที่สามารถเอาชนะ ฝ่ายของ บีอาร์เอ็น ได้
และ สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือการ ถอนกำลังของ”ฉก.นราธิวาส” ที่เป็น กำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 จาก พล.ร.15 ออกจาก จ.นราธิวาส โดยนำกำลังพลจาก”กองทัพภาคที่ 4 เข้ามารับผิดชอบพื้นที่ จ.นราธิวาส เนื่องจาก ผบ.ฉก.นราธิวาสคนใหม่ มาจาก”รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยต่อ ความรุนแรง ใน จ.นราธิวาส ซึ่งหากสามารถใช้ กองกำลังจากนอกพื้นที่ มาแก้ปัญหาความรุนแรงใน จ.นราธิวาสได้ ก็ดี แต่ถ้าแก้ไม่ได้ ก็จะทำให้ พื้นที่ จ.นราธิวาส มีความรุนแรงมากขึ้น เพราะ กองกำลังติดอาวุธ ของ”บีอาร์เอ็น มีความ เข้มแข็ง และ จ.นราธิวาส คือ ฐานใหญ่ของ บีอาร์เอ็น เนื่องจาก เป็นพื้นที่ติดชายแดน รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็น เส้นทาง เข้า-ออก และ ส่งกำลังบำรุงของ บีอาร์เอ็น ดังนั้น พื้นที่ของ จ.นราธิวาส จึงน่าเป็นห่วง ที่ขอให้ แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าใจถึงปัญหา และเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น สว.ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล กล่าวท้ายสุด



