เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 7 พ.ย.68 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ เฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.68 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ เตรียมอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการให้พร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์

ปภ.ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานว่าได้คาดการณ์บริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,900 – 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์แม่น้ำสะแกกรังปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี Ct.19 จ.อุทัยธานีและลำน้ำสาขา อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำระหว่าง 3,300 – 3,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งรวมจำนวน 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิมไม่เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นระบายน้ำ ในอัตรามากกว่า 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยปริมาณน้ำจะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ดังนี้
-คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)
– จ.ชัยนาท บริเวณอ.สรรพยา
-จ.สิงห์บุรี บริเวณอ.เมืองสิงห์บุรี อ.อินทร์บุรี และอ.พรหมบุรี
-จ.อ่างทอง บริเวณอ.เมืองอ่างทอง อ.ไชโย อ.ป่าโมก อ.วิเศษชัยชาญ
– จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณอ.พระนครศรีอยุธยา อ.เสนา อ.บางบาล

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเกิดภาวะน้ำท่วมขัง ชุมชนริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำได้รับความเดือดร้อน เพื่อควบคุมผลกระทบดังกล่าวไม่ให้ขยายวงกว้างขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาชะลอน้ำไว้ชั่วคราวซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น และจะมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้านเขื่อนเจ้าพระยา ดังนี้
-จ.อุทัยธานี บริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.หาดทนง ต.เกาะเทโพ ต.สะแกกรัง ต.น้ำซึม และต.ท่าขุง อ.เมืองอุทัยธานี
-จ.ชัยนาท บริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ศิลาดาน ต.ฉนวน ต.วัดโคก และ ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ ต.วัดสิงห์ และ ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ ต.ทำบลท่าชัย ต.หาดท่าเสา ต.ธรรมามูล ต.เขาท่าท่าพระ ต.ชัยนาท และต.ในเมือง อ.เมืองชัยนาท คลองมะขามเฒ่า บริเวณชุมชนจวนวิไล ชุมชนท่าศาลาและชุมชนมะขามเฒ่า ต.วัดสิงห์ และพื้นที่ริมแม่น้ำมะขามเฒ่า ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) จึงได้ประสาน 10 จ.ภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำและแนวป้องกันน้ำท่วมให้มีความแข็งแรง เพื่อป้องกันระดับน้ำล้นข้ามแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลสาธารณภัยพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำ อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร ท่าเทียบเรือโดยสารสาธารณะ ตลอดจนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำและบริเวณจุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ รวมถึงเตรียมพร้อมในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำและแนวป้องกันน้ำท่วมให้มีความแข็งแรง เพื่อป้องกันระดับน้ำล้นข้ามแนวคันกั้นน้ำ อีกทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง


สำหรับประชาชน ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น และหากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” ทุกที่ ทุกเวลา.



