สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ว่าการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 แห่ง หรือจี20 ซึ่งแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพในปีนี้ “เต็มไปด้วยความน่าอับอายอย่างยิ่ง” ดังนั้น “จะไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลวอชิงตันคนใดก็ตาม” เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว “ตราบใดที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนยังคงดำเนินอยู่”


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า ส่วนตัวเขาเฝ้ารอการที่สหรัฐจะเป็นเจ้าภาพการประชุมจี20 ในปี 2569 ซึ่งจะจัดที่สนามกอล์ฟทรัมป์ ในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา แม้หลายฝ่ายยังคงถกเถียงกันเกี่ยวกับความเหมาะสม


ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวหาแอฟริกาใต้มานานแล้ว ว่าดำเนินนโยบาย “การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติต่อชาวผิวขาว” ที่แอฟริกาใต้ปฏิบัติต่อ “ชาวอาฟรีกาเนอร์” ซึ่งเป็นชาวผิวขาวในแอฟริกาใต้ที่มีเชื้อสายชาวดัตช์ และการกล่าวหาดังกล่าวของผู้นำสหรัฐ ว่าชาวอาฟรีกาเนอร์เป็นผู้ถูกกระทำ และถูกขับไล่ออกจากการใช้ที่ดินของตัวเอง ส่งผลให้รัฐบาลวอชิงตันตัดงบประมาณสนับสนุนแอฟริกาใต้ อีกทั้งกำหนดอัตราภาษีตอบแทนกับแอฟริกาใต้สูงถึง 30% ซึ่งมากที่สุดในทวีปแอฟริกา


อนึ่ง ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในแอฟริกาใต้ เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มฝ่ายขวาของสหรัฐ และนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีหมายเลขหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นชาวแอฟริกาใต้ หยิบยกเรื่องนี้มาพูดบ่อยครั้ง ว่าชาวผิวขาวในประเทศ “คือผู้ถูกกระทำ”


ด้านกระทรวงการต่างประเทศแอฟริกาใต้ออกแถลงการณ์อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับการให้ความเห็นของทรัมป์ ว่า “น่าเสียใจ” เพราะเป็นการกล่าวอ้างโดยไม่ได้อิงตามหลักความเป็นจริง และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งย้ำว่า แอฟริกาใต้ตั้งตารอการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดจี20 ระหว่างวันที่ 22-23 พ.ย. นี้.

เครดิตภาพ : AFP