นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงกรณีบริษัทได้ทำรายการขายหุ้น บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 7,100 ล้านบาท ให้กับบริษัท วัฒนทรัพย์พัฒนา 1 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกันกับบริษัท ผลมั่นคงธุรกิจ จำกัด ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของเครือไทย โฮลดิ้งส์ และได้เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ก.ย.64 นั้น  

ทั้งนี้ การทำรายการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้กลุ่มบริษัทสามารถจัดสรรทรัพยากรให้กับบริษัทแกนหลักของกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกัน บริษัทคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเป็นสำคัญ รวมถึงระมัดระวังต่อประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย ซึ่งหากไทยประกันภัยหยุดดำเนินธุรกิจในทันทีหรือภายในระยะเวลาอันสั้น อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้า และลูกค้าปัจจุบันผู้ถือกรมธรรม์ของไทยประกันภัย และอาจส่งผลเสียต่อภาพรวมการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทได้ 

ดังนั้น บริษัทได้วางแผนงานภายใน โดยจะดำเนินการสื่อสารกับคู่ค้า และผู้ถือกรมธรรม์อย่างเป็นขั้นเป็นตอนและทั่วถึง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในแง่ลบทั้งกับเครือไทยโฮลดิ้งส์ และไทยประกันภัย ซึ่งได้วางแผนร่วมกัน ที่จะแจ้งผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงคู่ค้าและผู้ถือกรมธรรม์ของไทยประกันภัย ตั้งแต่ช่วง ต.ค.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะดำเนินการให้ไทยประกันภัยยุติการรับประกันภัยใหม่ภายในไตรมาสแรกของปี 65   

อย่างไรก็ตาม หลังจากยุติการรับประกันภัยใหม่แล้ว ไทยประกันภัยจะยังคงมีการดำเนินงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลผู้ถือกรมธรรม์ของไทยประกันภัย ที่ยังมีผลใช้บังคับไปจนกว่าอายุของกรมธรรม์จะหมดลง เช่น การจ่ายสินไหมและดูแลผู้ถือกรมธรรม์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ได้ออกไปแล้ว ซึ่งบริษัทเชื่อว่าการดำเนินงานนี้ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทแต่อย่างใด 

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า ก่อนหน้านี้ เครือไทยโฮลดิ้งส์ ได้ถือหุ้นใหญ่บริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยอยู่ 2 แห่งพร้อมกัน ได้แก่ บมจ.อาคเนย์ประกันภัย และ บมจ.ไทยประกันภัย ต่อมาจึงได้มีนโยบายลดความซ้ำซ้อนในการทำธุรกิจ จึงได้มีการเลือกเก็บอาคเนย์ประกันภัย ไว้ดำเนินการต่อเท่านั้น