เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรฯ  เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมตรวจเยี่ยมพื้นที่อุทยานฯ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งในประเด็นการป้องกันและควบคุมไฟป่า การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน และการจัดการขยะจากการท่องเที่ยว 

โดยที่ประชุมได้มีการรายงานโครงการผลความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ และอุทยานฯ ในจ.กาญจนบุรี ภายใต้มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของราษฎรในหมู่บ้านทิไล่ป้า  ซึ่งในส่วนของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) มีพื้นที่ป่าอนุรักษ์รับผิดชอบรวมกว่า 6,857,772.17 ไร่ ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม โดยมีหน่วยงานในสังกัดรวม 73 แห่ง อาทิ อุทยานแห่งชาติ 9 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 3 แห่ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 10 แห่ง และสถานีควบคุมไฟป่า 7 แห่ง  พื้นที่รับผิดชอบยังครอบคลุมมรดกโลกทางธรรมชาติ 2 แห่ง ได้แก่  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่–ห้วยขาแข้ง (ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2534) เนื้อที่รวมกว่า 4,017,087 ไร่ กลุ่มป่าแก่งกระจาน (ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2564) เนื้อที่รวมกว่า 2,938,909.84 ไร่ 

ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาเร่งด่วน กรณีการบุกรุกที่ดิน อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจตามกฎหมายใน 24 หมู่บ้าน รวมพื้นที่ 27,608 ไร่ ด้านการป้องกันไฟป่า ปี 2569 ได้มีการกำหนดยุทธการจัดทำแผนที่เสี่ยงไฟป่า บริหารจัดการเชื้อเพลิง, จัดชุดลาดตระเวน จัดตั้งศูนย์สั่งการทุกระดับ, และใช้เทคโนโลยี UAV/ดาวเทียมติดตามสถานการณ์ สถานการณ์ปี 2568: พบจุดความร้อน 1,629 จุด ซึ่งได้เข้าควบคุมและดับไฟอย่างเข้มงวด ในปีงบประมาณ 2568 มีขยะรวม 171.54 ตัน จากนักท่องเที่ยวกว่า 1.36 ล้านคน ทั้งนี้ได้มีเตรียมพัฒนาระบบจัดการขยะและสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม, ด้านการจัดการช้างป่าและสัตว์ป่า เพิ่มเครือข่ายเฝ้าระวังเป็น 42 เครือข่าย และจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว 24 ชุด, สำหรับการบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้ลักลอบขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำรวม 42 ราย โดยจะไม่มีการประสานกับ ตชด.​ในพื้นที่

ทั้งนี้นายสุชาติ  ได้​มอบนโยบายพร้อม​เน้นย้ำประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสนองงานตามพระราชดำริ โดยมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง, การบูรณาการแผนงานร่วมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับจังหวัด, การสร้างเครือข่ายชุมชนเชิงรุก ผ่านการประชาสัมพันธ์ “เคาะประตูบ้าน”, การจัดการขยะอาหารเป็นศูนย์ (Zero Food Waste) ภายใน 4 เดือน ตลอดจนยกระดับความปลอดภัยและสาธารณสุขในอุทยาน ด้วยการเตรียมเครื่องมือแพทย์และการซ้อมลำเลียงผู้ป่วย สำหรับการปราบปรามการกระทำผิดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการลักลอบล่าสัตว์ป่า การค้าไม้เถื่อน และการบุกรุกที่ดิน 

นายสุชาติ กล่าวว่า  เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและบุคลากรทุกหน่วยงานคือกำลังสำคัญของประเทศ แม้จะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและสวัสดิการ แต่ยังคงทำงานด้วยความทุ่มเท รัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณกลางและอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อเสริมขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคน 

จากนั้น นายสุชาติ และคณะได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน