ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเด็นเรื่องสแกมเมอร์มีนักการเมืองหลายคนถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้อง มีการโยงถึงรัฐมนตรี ในรัฐบาลของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จนมีการกล่าวหาว่า รัฐบาลกำลังเกรงใจใครอยู่หรือไม่ แม้ว่าที่ผ่านมา “นายกฯอนุทิน” จะมีท่าทีขึงขังเอาจริงเอาจังก็ตาม แต่จนถึงนาทีนี้สังคมส่วนใหญ่ก็ยังมองว่าปลอมยังไม่เป็นรูปธรรมจับต้องได้อยู่ดี เพราะมีการเคลื่อนไหวที่ยังไม่ทันใจ
แน่นอนว่าความเชื่อมั่นดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ตัวนายกฯเอง เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล เนื่องจากมีบุคคลน่าสงสัยมีลักษณะเชื่อมโยงกับทุนสีเทาเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ หลายฝ่ายจึงมองกันว่าทำให้“นายกฯหนู”ไม่กล้าจัดการหรือไม่ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนค้ำจุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย แรงกระแทกที่เกิดจึงทำให้ต้องเล่นตามน้ำออกแอคชั่น เพราะมีกระแสกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งหลายประเทศมีการยึดอายัดทรัพย์สิน และยุติการทำธุรกรรมทางการเงินกับของเครือข่ายพวกนี้ รวมไปถึงมีการ “ขึ้นบัญชีดำ” ด้วย
หากพิจารณาท่าทีและความขึงขังของรัฐบาลแล้วดูเหมือนว่าให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆสำหรับภัยหลอกลวง แค่ยิงสาวลึกลงไปเจอต้นตอโยงไปถึงพวกตัวเองหรือไม่ แม้ออกแอคชั่นมากมายแต่เมื่อดูผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากผล”ดุสิตโพล“ สำรวจประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด พบว่าคนภาคเหนือหนุน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) นั่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ตามมาติดๆ
โดย “นายกฯอนุทิน” ระบุว่า ในฐานะนายกฯทราบดีว่าประชาชนยังมีคำถามและตั้งข้อสงสัยว่า ในเครือข่ายนี้มีคนของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ จึงขอย้ำว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ หากพบว่ามีนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปพัวพัน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและเป็นผู้ต้องรับผิดชอบสูงสุด ขอยืนยันว่า เรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้ ไม่มีการเคลียร์ เรื่องนี้ทำงานโดยดูจากพฤติกรรม พฤติการณ์และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ดูชื่อ ถ้าชื่อคนไหนโผล่ออกมา คนนั้นต้องถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด เด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้นทั้งสิ้น“
แนวทางการปราบ “สแกมเมอร์” เหมือนถูกล้อมกรอบด้วยปัจจัยของผู้ปฏิบัติหรือหน่วยงานที่ตรวจสอบ ทำได้แค่ตั้งคณะอนุกรรมการ และลงนามเอ็มโอยู เปิดงานอีเวนต์คอนเฟิร์มความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลว่าไม่ได้เพิกเฉย และเกียร์ว่าง ต่างจากหลายประเทศที่ยึดทรัพย์ จับกุม จึงเป็นช่องให้พรรคประชาชนเปิดเกมลากไส้ปักธงในการซักฟอก เปิดโปงเครือข่ายสีเทา พร้อมเข็นแคมเปญ “มีเราไม่มีเทา” เป็นธีมในการหาเสียง จากนี้คงต้องจับตารัฐบาลจะเอาจริงเอาจังมากน้อยแค่ไหนกับเรื่องนี้.



