นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) ในประเด็นการดัดแปลงรถโดยสารสาธารณะสองชั้น จุด Check point และระเบียบ ข้อบังคับ รวมถึงมาตรการรองรับสำหรับผู้ประกอบการรถ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ โดยเน้นย้ำว่าต้องวางมาตรฐานรถโดยสารธารณะสองชั้นให้เป็นไปตามกฎกระทรวง และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพราะการมีรถที่สูง ถ้าวิ่งเส้นทางทั่วไปสามารถวิ่งได้ตามปกติ แต่ถ้าต้องวิ่งขึ้นเขาหรือในเส้นทางชันอาจจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนจุดตรวจรถโดยสารสาธารณะ (Checking Point) ควรปรับเปลี่ยนให้ผู้ขับขี่สามารถนำรถเข้าเช็กได้โดยง่าย และไม่เสียเวลาเดินทาง พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องการเช็กระดับความเร็วรถจาก GPS และการตรวจสอบสารเสพติดของคนขับรถอย่างเคร่งครัด เพราะความปลอดภัยของประชาชนต้องเกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยว หรือนักเรียน

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ กล่าวว่า ขบ. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการขนส่งสาธารณะ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย ปัจจุบัน ขบ. มีจุด Checking Point ทั่วประเทศ 28 จุด มีเพียงบางจุดที่อยู่นอกสถานีขนส่ง ซึ่งนับตั้งแต่มีการตั้งจุด Checking Point ในปี 2562 พบเกิดอุบัติเหตุรถโดยสาร 407 ครั้ง และในปี 2568 พบ 173 ครั้ง ซึ่งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ขบ. อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่เพื่อวางแผนกำหนดจุด Checking Point ใหม่ ให้อยู่นอกสถานีขนส่ง เพื่อความสะดวกต่อการเข้าตรวจเช็ก รวมถึงกำลังเร่งจัดทำ Guideline Checking Point เพื่อให้ผู้ประกอบการเดินรถและผู้ขับขี่สามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น ส่วนมาตรฐานการปรับเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะจากสองชั้นเป็นชั้นเดียว ปัจจุบันอยู่ระหว่างกำหนดแนวทางและเงื่อนไข คาดสามารถจัดเตรียมรถต้นแบบเพื่อทดสอบรัศมีวงเลี้ยว และป้ายปัดภายในต้นปี 2569

นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ได้เสนอกระทรวงคมนาคม เรื่องการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจากรถทัวร์ 2 ชั้น โดยจะยกเลิกรถเก่า7,300 คัน ที่จดทะเบียนไว้ เนื่องจากรถใหม่ไม่อนุญาตให้จดทะเบียนเป็นรถ 2 ชั้นอยู่แล้ว โดยรถเก่าจะปรับปรุงตัวถังใหม่ ลดความสูงเหลือชั้นเดียว เป็นต้น คาดว่าจะเริ่มเปลี่ยนได้ในปี 2569