เมื่อวันที่ 21 ก.ค. รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนซึ่งอยู่ระหว่างการประชุมที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคตะวันออกกลางขณะนี้ โดยระบุสาระสำคัญ 8 ข้อ ดังนี้

1.อาเซียนแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสู้รบที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน โดยเรากังวลมากว่าพัฒนาการดังกล่าวกำลังบั่นทอนความพยายามอย่างต่อเนื่องของผู้ไกล่เกลี่ยหลักอย่างรุนแรง และลดทอนโอกาสในการบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งอย่างสันติผ่านการเจรจาและการทูต

2.อาเซียนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุด และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น เราเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค การยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมการเจรจาและการทูตอย่างแท้จริง เพื่อจัดการกับความขัดแย้งและความตึงเครียดต่างๆ รวมถึงจำเป็นที่จะต้องยุติการสู้รบในทุกแนวรบทั่วตะวันออกกลางโดยสมบูรณ์และในทันที

3.อาเซียนยืนยันถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล รวมทั้งการธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบที่ใช้เพื่อการเดินเรือระหว่างประเทศ และเสรีภาพในการบินผ่านน่านฟ้าเหนือช่องแคบดังกล่าว ตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) เรากังวลมากต่อมาตรการเลือกปฏิบัติหรือมาตรการฝ่ายเดียวใดๆ ที่อาจขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือช่องแคบใดๆ ที่ใช้เพื่อการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศตามที่สะท้อนอยู่ในอนุสัญญา UNCLOS และขอเรียกร้องให้ฟื้นฟูการเดินทางผ่านของเรือและอากาศยานในช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นไปอย่างปลอดภัย ปราศจากอุปสรรค และต่อเนื่อง ตามอนุสัญญา UNCLOS ตลอดจนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายประกันความปลอดภัยของคนประจำเรือและเรือ ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล (SOLAS) นอกจากนี้ อาเซียนยังรับทราบถึงพันธกรณีร่วมขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (ไอเอ็มโอ) ในการประกันการคุ้มครองและส่งเสริมความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของคนประจำเรือในภูมิภาค

4.อาเซียนตระหนักถึงผลกระทบของวิกฤติการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน เรารับทราบถึงโครงการริเริ่มต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ เพื่อส่งเสริมมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยภายนอก รวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและบริการพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง ผ่านการตอบสนองที่เหมาะสม ทันท่วงที และตรงเป้าหมาย

5.เรารับทราบถึงผลกระทบเพิ่มเติมจากความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง ต่อการค้า พลังงาน และความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค รวมถึงตลาดพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน การผลิตทางการเกษตร และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ย เราเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างการประสานงานระหว่างเสาหลักและระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในอาเซียน เพื่อรับมือกับผลกระทบจากพัฒนาการของสถานการณ์โลก ซึ่งจะช่วยธำรงเสถียรภาพ ความยั่งยืน ความยืดหยุ่น และการเติบโตอย่างทั่วถึงของอาเซียน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอน

6.เรายืนยันอีกครั้งถึงพันธกรณีของรัฐทั้งปวงในการแก้ไขความแตกต่างระหว่างกันด้วยสันติวิธี และเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ ตลอดจนปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในความขัดแย้งด้วยอาวุธ และประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพและบุคลากรด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และข้อมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

7.เรายังเน้นย้ำถึงการมุ่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่พลเมืองอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ ตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยแนวทางการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลโดยคณะผู้แทนของประเทศสมาชิกอาเซียนในประเทศที่สามแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น และแนวทางการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินโดยคณะผู้แทนอาเซียนในประเทศที่สามแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียนในสถานการณ์วิกฤติ

8.เราระลึกถึงแถลงการณ์ของผู้นำอาเซียนว่าด้วยการตอบสนองต่อวิกฤติการณ์ในตะวันออกกลาง และยืนยันความมุ่งมั่นการเสริมสร้างการประสานงานด้านการตอบสนองและจุดยืนของอาเซียน เพื่อลดและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวต่อภูมิภาคของเรา รวมถึงการใช้กลไกที่อาเซียนเป็นผู้นำและเวทีภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ กรอบอาเซียนบวกหนึ่ง (ASEAN Plus One) เขตการค้าเสรีอาเซียนบวกหนึ่ง (ASEAN Plus One FTAs) อาเซียนบวกสาม (APT) การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงในภูมิภาค (ARF) เพื่อส่งเสริมการเจรจา การประสานงาน และความร่วมมือ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการรับมือของภูมิภาค.