เป้าหมายใหม่นี้จะช่วยเปลี่ยนทิศทางของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ Net Zero ภายในปี 2593 ซึ่งเป็นการเลื่อนกำหนดเป้าหมายให้เร็วขึ้นถึง 15 ปี จากเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2608

สำหรับเป้าหมายในปี 2578 นั้น ไทยตั้งใจที่จะลดก๊าซเรือนกระจกในรูปแบบการปล่อยจริงสัมบูรณ์ (Absolute emission reduction) โดยอิงจากปี  ฐานคือ ปี 2562 ซึ่งในปีนั้นไทยมี   การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 379.2 ล้านตัน เป้าหมายใหม่จะลดลงมา 109.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) ภายในปี 2578 โดยเน้นการลดใน 5 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ พลังงาน คมนาคมขนส่ง อุตสาหกรรม เกษตร และของเสีย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง 1.5 ํ C

การดำเนินการตามเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซลง 109.2 ล้านตันนี้ แบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ 70% หรือ 76.4 MtCO2eq จะดำเนินการโดยใช้ความสามารถภายในประเทศ และ 30% หรือ 32.8 MtCO2eq จะต้องอาศัยการสนับสนุนจากต่างประเทศ (Conditional Target) เช่น เงินช่วยเหลือ หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยแผนการลงทุนใน NDC 3.0 ระบุว่า ต้องการเงินลงทุนประมาณ 7,046.9 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 230,000 ล้านบาทในการลดคาร์บอนในส่วนที่ต้องพึ่งพาต่างประเทศ

นอกจากนี้ ไทยยังตั้งเป้าหมายเพิ่มความสามารถในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์จากที่ดิน (LULUCF) โดยเฉพาะในส่วนของป่าธรรมชาติและป่าเศรษฐกิจ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มความสามารถในการดูดซับจาก 107 MtCO2eq เป็น 118 MtCO2eq เมื่อนำผลการลด 109.2 ล้านตันและการเพิ่มการดูดกลับมารวมกัน จะทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยในปี ค.ศ. 2035 อยู่ที่ 152 MtCO2eq ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ. 2050.