เมื่อวันที่ 10 พ.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สั่งชะลอการลงนามในร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าว สัญชาติกัมพูชาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2568 ซึ่งเสนอในสมัยรัฐบาลก่อนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
น.ส.ไตรศุลี กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีแรงงานสัญชาติกัมพูชาเกือบ 1 แสนคน ที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงตั้งแต่เดือน ก.พ. 68 และไม่สามารถยืนยันตัวตนหรือที่อยู่ได้อย่างชัดเจน หากอนุญาตให้อยู่ต่อโดยไม่ผ่านการตรวจสอบ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง รวมถึงปัญหาการลักลอบเข้าเมืองหรืออาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้ นายกฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมกำชับให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงาน ร่วมกันทบทวนรายละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้อง โดยหลังจากนี้จะมีทบทวนมติ ครม. ใหม่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบอีกครั้ง
น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มติ ครม. เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2568 มีสาระสำคัญคือการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุ สามารถอยู่และทำงานต่อได้ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แต่ยังต้องได้รับการลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้
“รัฐบาลชุดนี้ยึดหลักปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะไม่เร่งรัดดำเนินการใด ๆ จนกว่าข้อมูลและหลักฐานทุกอย่างจะถูกต้องสมบูรณ์ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน” น.ส.ไตรศุลี กล่าว.



