หลังจาก “รองไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) หรือพรรคส้ม พูดว่า “ยังไม่พบข้อมูลร้ายแรงสุดๆ ให้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ไม่ได้หมายความว่า พรรคส้มจะสละสิทธิเรื่องนี้ “โฆษกไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า พรรค ปชน. จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยมีเงื่อนไข 3 ข้อคือ 1.ถ้ารัฐบาลอยู่เกินวันที่ 31 ม.ค. 2569 ไม่ยุบสภา จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที 2.หากแก้รัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ปลดล็อกรัฐธรรมนูญใหม่ไม่สำเร็จในชั้นสภาในสิ้นปีนี้ ถ้าจะให้เสร็จในวาระ 3 ต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญ พิจารณาวาระ 2

3.หากดำเนินนโยบายสร้างความเสียหายหนักต่อประชาชน สะท้อนความไม่โปร่งใส แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม อาจยื่นอภิปราย ต้องดูรอเปิดสมัยประชุมสามัญวันที่ 12 ธ.ค. ถ้ายื่น ต้องหารือกับพรรคเพื่อไทยด้วย แม้พรรค ปชน. มี สส. เกิน 100 คน มีสิทธิยื่นได้ด้วยตัวเอง แต่หากมีเป้าหมายตรงกัน ควรหารือพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย
เมื่อถามว่า พรรค ปชน. เห็นการแก้รัฐธรรมนูญสำคัญกว่าสแกมเมอร์หรือไม่ เพราะหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะยื่นอภิปรายทันที นายพริษฐ์ กล่าวว่า ให้น้ำหนักทั้งคู่ พรรคประชาชนยึดประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง สิ่งที่ชัดเจนที่สุดเป็นเรื่องสแกมเมอร์จะตรวจสอบต่อไป เมื่อเปิดสภาวันที่ 12 ธ.ค. นี้ จะมีข้อมูลเพิ่มเติมรัฐบาลเอาจริงเอาจังมากแค่ไหน รวมถึงผลประโยชน์ทับซ้อน และรัฐบาลเปิดสภาเปิดสมัยวิสามัญหรือไม่ 2 ข้อมูลนี้จะนำมาประกอบการตัดสินใจของพรรค
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในชั้น กมธ. สส.ไอติม ระบุว่า การประชุม กมธ. วันที่ 12 พ.ย. นี้ ประเด็นที่เห็นต่าง (เรื่องที่มาของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ) จะหาข้อสรุปได้ทางใดทางหนึ่ง

ในช่วงเช้าวันที่ 10 พ.ย. “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนเก่า ถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหารและเข้าแสดงความเคารพวางดอกไม้ที่หน้าอนุสาวรีย์ บาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ ทักทายเด็กๆ อย่างเป็นกันเองและเรียกแทนตัวเองว่าลุง การมาโรงเรียนอัสสัมชัญครั้งนี้ ได้มีเพื่อนร่วมรุ่นประมาณ 20 คน มารอต้อนรับนายกฯ และประธานรุ่นได้มอบรูปภาพนายอนุทินในกรอบสีทองให้แก่นายอนุทินด้วย
นายกฯ เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้วิจัยและพัฒนา นวัตกรรม เทคโนโลยีการบินและอวกาศ และเทคโนโลยีขั้นสูงของโรงเรียน พร้อมทดลองขับเครื่องบิน ร่วมเล่นแซกโซโฟนกับวงดุริยางค์โรงเรียนอัสสัมชัญ (AC Band) ในเพลงสดุดีอัสสัมชัญ และเพลง Stars and Stripes Forever นายกฯ หนู เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ เลขประจำตัว 25684 รุ่น 98 เป็นนักเรียนในวงดุริยางค์โรงเรียนอัสสัมชัญ และได้รับเลือกเป็นอัสสัมชนิกดีเด่น ในโอกาสโรงเรียนอัสสัมชัญครบรอบ 135 ปี เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2563 และยังเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 5 ที่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน

ที่พรรคภูมิใจไทย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กาฬสินธุ์ จำนวน 6 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายเทิดแผ่นดินทอง ธารชัย เขต 2 นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา เขต 3 นายเดชบดินทร์ พยุงแสนกุล เขต 4 นายวิรัตน์ ภูต้องใจ เขต 5 น.ส.ภัทรภร วรามิตร เขต 6 น.ส.สัตบุษย์ บุญเรือง
ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ร้อยเอ็ด จำนวน 8 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายธนชัย สินธุไพร เขต 2 น.ส.วสกมล อ่อนประทุม เขต 3 นายกิตติศักดิ์ เลิศศิริรังสรรค์ เขต 4 นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ เขต 5 นายชัยวุฒิ เอี่ยมรัศมีกุล เขต 6 น.ส.กวิสรา สมทรัพย์ เขต 7 นายศักดา คงเพชร เขต 8 นายธนกฤต ชาติอนุลักษณ์ นอกจากนี้ ยังมีว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 5 ได้แก่ นายประวีณวัช บุญยงค์ โดยนายโสภณ กล่าวแสดงความมั่นใจจะได้ สส. เกินครึ่งในแต่ละจังหวัด จ.ร้อยเอ็ด ไม่เคยปักธงมาก่อน แต่จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนให้การตอบรับอย่างดี

พรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้มีความพร้อมทั้งในด้านนโยบายและบุคลากรที่เป็นรัฐมนตรีมีความสามารถ เน้นผสมผสานคนรุ่นใหม่มาเสริมพลังพรรค ร่วมกับนักการเมืองรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์ นายโสภณ กล่าว ซึ่งการเปิดตัวผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด ของพรรคภูมิใจไทย ได้รับความสนใจมาก เพราะก่อนหน้านี้ นายนิสิต สินธุไพร แกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญของเพื่อไทย มอบตัวคดีม็อบป่วนประชุมอาเซียน ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า พละกำลังของพรรคเพื่อไทยในร้อยเอ็ด จะยังเหมือนเดิมหรือไม่

ช่วงนี้ “สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรค ปชน. ได้ลงพื้นที่ภาคใต้ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ก็โพสต์ตั้งข้อสังเกตเรื่องการสร้างสนามกีฬานราธิวาส งบ 181 ล้านบาท สร้างมา 13 ปี ยังไม่เสร็จ วันที่ 10 พ.ย. สส.ไอซ์ โพสต์เฟซบุ๊กอีก ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการปรับปรุงสนามกีฬาจังหวัดปัตตานี รวมงานสระว่ายน้ำ 25 x 50 ม. งบ 75 ล้านบาท ภายใต้การดูแลของ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา ปัตตานี อยู่ภายในสนามกีฬา อบจ.ปัตตานี จ้างที่ปรึกษาเขียนแปลน จ้างไป 3.7 ล้านบาท ประมาณการงบก่อสร้างไว้ 125 ล้านบาท แต่ได้รับอนุมัติเพียง 75 ล้านบาท ปรับแบบไป 3 รอบ ระยะเวลาก่อสร้าง ลงนามสัญญาผู้รับเหมา 24 ก.ย. 2562 กำหนดสิ้นสุดสัญญาเดิม 17 พ.ย. 2563 ปัจจุบันยังไม่เสร็จ
และยังมี 2 ศูนย์ OTOP ฮาลาล ปัตตานี งบประมาณขอครั้งแรก 70 กว่าล้านบาทงบประมาณจริงที่ได้ 33 ล้านบาท (ใช้เฉพาะตัวอาคาร) งบโดย อบจ.ปัตตานี และจังหวัด เริ่มก่อสร้าง 2546 ตัดริบบิ้นเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2553 ปัจจุบันเสร็จ เปิดใช้ แต่ไม่ค่อยมีคน เลยทิ้งร้างแต่ไม่มีคนก็ยังตั้งงบมาสร้างเพิงข้างๆ เพิ่ม “คนปัตตานีสุดยอด เป็นคนมีความอดทนมากแต่อาจจะน้อยกว่าคนตรัง”

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. โพสต์แชร์ข้อความของนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ว่า คำพิพากษาศาลแขวงดุสิต คดีหมายเลขดำที่ อ 562 | 2568 ระหว่าง นางแดง กองมา โจทก์ กับนางสาวนันทนา นันทวโรภาส จำเลย คำพิพากษาโดยย่อคือ ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง “คนขายหมู” ไม่หมิ่นประมาท ไม่เป็นการด้อยค่า
คำพิพากษาโดยย่อ การที่จำเลยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ล้วนเป็นข้อเท็จจริงเเละการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกระบวนการคัดสรรบุคคลที่เข้าดำรงตำแหน่ง กมธ.การพัฒนาการเมืองเท่านั้น ไม่มีปรากฏข้อเท็จจริงส่อแสดงให้เห็นเจตนาไม่สุจริตของจำเลย ถือไม่ได้ว่า จำเลยดูหมิ่น พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีมูลความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง



