การแข่งขันกอล์ฟอาชีพรายการใหญ่ “ไทยแลนด์ โอเพ่น ครั้งที่ 53” ชิงเงินรางวัลรวม 7 ล้านบาท จะจัดส่งท้ายปี ระหว่างวันที่ 4–7 ธ.ค.68 ที่สนามริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ จ.ปทุมธานี โดยเป็นความร่วมมือ ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ กับ สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ และ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย
สำหรับครั้งนี้ เพิ่มเงินรางวัลมากขึ้น จากเดิม 5 ล้านบาท เป็น 7 ล้านบาท (แชมป์ได้รับ 1,050,000 บาท) จะมีนักกอล์ฟเข้าร่วม 144 คน รวมถึงนักกอล์ฟจากรอบมันเดย์ควอลิฟายจำนวน 10 คน
รายการนี้เป็นกอล์ฟอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2508 หรือเมื่อกว่า 60 ปีที่ผ่านมา แชมป์รายการยังได้ครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกด้วย
นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟฯ กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของแต่ละองค์กรในการที่จะร่วมพัฒนาวงการกอล์ฟของประเทศ “ไทยแลนด์ โอเพ่น คือเวทีที่สะท้อนความตั้งใจของเราที่จะผลักดันวงการกอล์ฟไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติอย่างมั่นคง”

นายพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การร่วมมือครั้งนี้คือก้าวสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับนักกอล์ฟอาชีพไทย และยกระดับภาพลักษณ์ของวงการกอล์ฟในประเทศ”

ขณะที่ นายจักรพงศ์ ทองใหญ่ ประธานกรรมการบริหารออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ กล่าวถึงการแข่งขันครั้งนี้คืออีกเวทีสำคัญที่จะให้โอกาสนักกอล์ฟได้พัฒนาฝีมือ “เราภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างเวทีแข่งขันที่มีมาตรฐาน พร้อมเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่”

ไทยแลนด์ โอเพ่น ครั้งที่ 53 เป็นแมตช์ที่ 14 และแมตช์สุดท้ายของฤดูกาลออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ ซึ่งจะชี้ชะตาการลุ้นตำแหน่ง นักกอล์ฟมือหนึ่งของทัวร์, นักกอล์ฟดาวรุ่งยอดเยี่ยม, รวมถึงการรักษาทัวร์การ์ดเพื่อเล่นต่อในฤดูกาลหน้าอีกด้วย
ทั้งนี้ มีนักกอล์ฟไทยคว้าแชมป์ ไทยแลนด์ โอเพ่น ทั้งหมด 9 คน ได้แก่ สุเทพ มีสวัสดิ์ (ปี 2534), บุญชู เรืองกิจ 2 สมัย (ปี 2535 และ 2547), ประหยัด มากแสง (ปี 2556), รฐนน วรรณศรีจันทร์ (ปี 2560), ภาณุพล พิทยารัฐ (ปี 2561), สดมภ์ แก้วกาญจนา (ปี 2564), ขวัญชัย แท่นนิล (ปี 2565), เด่นวิทย์ เดวิด บริบูรณ์ทรัพย์ (ปี 2566) และ ชยุตพล กิตติรัตนไพบูลย์ (ปี 2567)



