เฟซบุ๊ก “กรุงเทพมหานคร” เผยแพร่ข้อความ เขื่อนเจ้าพระยา จะทยอยปรับเพิ่มการระบาย ตั้งแต่เวลา 16.00 น. จากอัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 2,900 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 02.00 น. ของวันที่ 11 พ.ย. 68 และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่องขอให้ประชาชนที่อาศัยนอกแนวเขื่อนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ด้านเฟซบุ๊ก GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ระบุว่า ขณะนี้น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าสู่บ้านเรือนและเส้นทางสัญจรแล้วในหลายจุดผลกระทบจากการระบายน้ำในระดับ 2,700 – 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเมื่อวันที่ 10 พ.ย.68 โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่จ.ปทุมธานี ในพื้นที่บางจุดของเทศบาลเมืองปทุมธานี, เชียงรากใหญ่, และเชียงรากน้อย จ.นนทบุรี บางพื้นที่ของอ.บางกรวย, ท่าน้ำนนท์, เกาะเกร็ด, อำเภอเมืองนนทบุรี (ต.บางศรีเมือง และต.บางขนุน) ขณะที่พื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯตอนบน และพื้นที่บางส่วนในเขตบางพลัด หลายจุดระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 20-30 ซม.

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือจากจังหวัดนครสวรรค์และชัยนาทยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ย และมีแนวโน้มไหลหลากลงมาอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานมีรายงานว่า อาจจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาขึ้นเป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีพื่อป้องกันไม่ให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเกินจุดวิกฤตดังนั้นหากมีการเพิ่มการระบายน้ำถึงระดับ 2,900 ลบ.ม./วินาที จริง จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 20–30 เซนติเมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมฝั่งเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะจุดที่แนวตลิ่งต่ำหรือแนวป้องกันมีความชำรุด นอกจากนี้ มวลน้ำอาจขยายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะแนวแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก

ขณะที่ข้อมูล 7 วันย้อนหลังในภาพรวมทั้งประเทศตั้งแต่วันที่ 5-11 พ.ย. 68 อ้างอิงข้อมูลดาวเทียมจาก https://disaster.gistda.or.th/flood พบพื้นที่น้ำท่วมแล้วทั้งประเทศ 2,946,310ไร่ หนักสุดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 732,058 ไร่บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 47,729 หลัง ประชากรได้รับผลกระทบแล้วกว่า 704,610 คน พื้นที่นาข้าวเสียหายแล้ว 371,475 ไร่ โรงเรียนได้รับผลกระทบ 104 แห่ง โรงพยาบาล 3 แห่ง และถนน 1,974 สาย

อย่างไรก็ตามการรับมือและบทเรียน ด้วยภาพจากดาวเทียมที่มีการเปรียบเทียบในครั้งนี้ ไม่เพียงชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นตามคาดการณ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “ศักยภาพของข้อมูลภูมิสารสนเทศ” ในการวางแผนรับมือภัยพิบัติได้อย่างแม่นยำ การใช้ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยให้หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นสามารถเตรียมการได้รวดเร็ว ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มากขึ้น

ทั้งนี้ GISTDA ยังระบุด้วยว่า “ได้วางแผนและติดตามภาพถ่ายจากดาวเทียมต่อเนื่องทุกวัน เพื่อประเมินแนวโน้มพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติม หากมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในระดับ 2,900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอาจทำให้มวลน้ำขยายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะแนวแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก”

พื้นที่แนวแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ฝั่งธนบุรี ครอบคลุมหลายเขต เช่น ตลิ่งชัน, บางแค, ภาษีเจริญ, หนองแขม, ทวีวัฒนา, บางขุนเทียน และบางบอน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ปริมณฑลที่เชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ โซนตะวันตก เช่น อำเภอเมืองสมุทรสาคร, อำเภอกระทุ่มแบน (สมุทรสาคร), อำเภอสามพราน, อำเภอพุทธมณฑล (นครปฐม) และอำเภอบางใหญ่, อำเภอบางบัวทอง (นนทบุรี)