กรมทรัพยากรน้ำ สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย โดยมีข้อสรุปร่วมกันที่จะ “ยุติการก่อสร้างฝายดักตะกอน” ในแม่น้ำกกตามโครงการมูลค่า 173 ล้านบาท

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ที่เน้นย้ำว่า “รัฐบาลนี้จะทำตามความต้องการของประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะกรณีแม่น้ำกก จะไม่มีการสร้างฝายดักตะกอนอย่างเด็ดขาด” เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่

ายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เผยว่า ผลการประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนที่อำเภอท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ประชุมได้มีข้อสรุปร่วมกันในการ ยุติการก่อสร้างฝายดักตะกอน ประชาชนในพื้นที่ได้แสดงความเห็นและข้อห่วงกังวลว่าโครงการนี้จะทำให้เกิดการสะสมของมลพิษในตำบลท่าตอน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยให้กรมฯเตรียมแผนงานเร่งด่วน ดังนี้

1.กรมทรัพยากรน้ำจะเร่งประสานกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อจัดหาแหล่งน้ำผิวดินหรือแหล่งน้ำบาดาล พร้อมระบบกรองประสิทธิภาพดี ให้กับชุมชนที่ประสบปัญหาคุณภาพน้ำ

2.สนับสนุนระบบผลิตน้ำดื่มสะอาดให้กับชุมชนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1 (สทน.1)

3เร่งติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำและกล้องCCTV ตลอดแนวลำน้ำ พร้อมปรับระบบตรวจสอบคุณภาพน้ำให้มีความรวดเร็ว และแม่นยำ

    อย่างไรก็ตามแม้จะมีการยุติการสร้างฝายดักตะกอนแล้ว ล่าสุดวันที่ 11 พ.ย.68 ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ทางกรมทรัพยากรน้ำได้จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน เพื่อทบทวนและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย การประชุมดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 300 คน ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมประชุม และมีตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำกกปนเปื้อนสารพิษ ในพื้นที่ตำบลแม่ยาว ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ได้เป็นตัวแทนของเครือข่ายประชาชนแม่น้ำกก สาย รวก โขง เพื่อแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่าไม่เอาฝายดักตะกอน และกังวลการเกณฑ์หน่วยงานภาครัฐเข้ามาเพื่อสร้างความเห็นชอบในการผลักดันฝายดักตะกอน แม้ว่าเวทีดังกล่าวทางกรมทรัพยากรน้ำจะเปลี่ยนท่าทีจากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่อง “ฝายดักตะกอน” เดิม แต่ประชาชนในพื้นที่ยังคงแสดงความกังวลอย่างหนักต่อโครงการ ฝายดักตะกอนมูลค่า 173 ล้านบาท จำนวน 4 ฝาย ที่มีท่าทีจะถูกผลักดันให้สร้างในพื้นที่ตำบลท่าตอน เครือข่ายประชาชนแม่น้ำกก สาย รวก โขง ตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นหนังสือแถลงการณ์และข้อเรียกร้องเร่งด่วน 5 ข้อ เพื่อแก้ไขปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก

    1.เจราจาหยุดเหมืองพิษในประเทศพม่า ให้รัฐบาลใช้อำนาจผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเจรจาหรือดำเนินการกับประเทศต้นทาง เพื่อหามาตรการที่เด็ดขาดในการปิดเหมืองหรือยุติแหล่งกำเนิดมลพิษ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

    2.ยุติโครงการ ฝายและม่านดักตะกอน ไม่แก้ปัญหาแต่กลับจะสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ และไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของชาวบ้าน

    3.ยกเลิก MOU แร่แรร์เอิร์ธกับสหรัฐอเมริกา ที่จะเพิ่มปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำและปัญหาด้านอื่นๆที่จะตามมาอีกหลายด้าน

    4.ฟื้นฟูแม่น้ำ ตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน พื้นที่การเกษตร และสิ่งแวดล้อมของแต่ละชุมชนในแม่น้ำกก สาย รวก โขง อย่างครอบคลุมและโปร่งใส รวมถึงจัดหาและจัดสรรแหล่งน้ำสะอาดใหม่ เพื่อการอุปโภคบริโภค

    5.ฟื้นฟูชีวิต ตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยงและเฝ้าระวังสารพิษในร่างกายมนุษย์ ชดเชยผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มชาวบ้านที่บ้านเรือนเสียหาย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน ผู้ประกอบการที่พัก รีสอร์ท ชาวบ้านอาชีพประมงท้องถิ่น และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง

    ดังนั้นให้ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องข้างต้นด้วยความเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกก สาย รวก โขง และเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากรแม่น้ำที่สะอาดปลอดภัยเพื่อมีสุขภาพที่ดีดังเดิม