จากนั้นเวลา 13.30 น. วันที่ 12 พ.ย. 68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และคณะ เดินทางต่อมายัง วัดบันไดช้าง ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมพูดคุยให้กำลังใจชาวบ้านที่พายเรือมารอรับ โดยประชาชนต่างแสดงความดีใจที่ได้เจอนายกฯ ซึ่งชาวบ้านคนหนึ่งพูดว่า “อยากเห็นนายกฯ เจอตัวจริงหล่อมากเลย ร้อนอย่างไรก็มา”

ต่อมานายอนุทิน กล่าวว่า ตนดีใจที่ได้เจอพี่น้อง หากตรงนี้เป็นแม่น้ำหรือคลอง จะดีใจมากกว่านี้ที่เห็นประชาชนพายเรือมาพบกัน แต่ที่หัวเราะไม่ออกดีใจได้ไม่เต็มที่ เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นถนน เป็นสวนไร่นาบ้านของพวกเรา ที่วันนี้โดนน้ำท่วมเยอะมาก ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ท่านยังมีรอยยิ้มให้กับตน ตนจะกลับไปวางแผนว่าทำอย่างไรไม่ให้น้ำกลับมารบกวนพวกเราหนักเช่นนี้อีก ตนเข้ามา 1 เดือน และด้วยระยะเวลาที่มีอยู่ในการเป็นนายกฯ ก็จะหาวิธีช่วยเหลือประชาชนในระยะสั้นให้มากที่สุด และตนได้บินดูสถานการณ์น้ำ ยังมีพื้นที่ฝั่งตะวันออกรับน้ำได้ ก็ขอให้กรมชลเร่งระบายไป นอกจากนี้ ตนกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นเพื่อนสนิทกัน มีโครงการระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ติดมาหลายรัฐบาล รัฐบาลนี้จะไม่ติด จะเร่งให้ ร.อ.ธรรมนัส นำเสนอ จะได้มีแม่น้ำเจ้าพระยาสายคู่ขนานอีกสายหนึ่ง เป็นตัวช่วยลำเลียงระบายน้ำอีกแรง

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนรับฟังเสียงของ นายประดิษฐ์ สังขจาย สส.อยุธยา เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ที่พูดแทนประชาชน จากนี้จะช่วยเหลือประชาชน สั่งการหมดแล้ว เรื่องอื่นไว้ทีหลังเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อน สิ่งที่ตนพยายามตั้งแต่อยู่กระทรวงมหาดไทยคือบริหารจัดการน้ำ เดี๋ยวปีหน้าพี่น้องต้องไปเลือกตั้ง อยู่ได้ไม่เกิน 2 เดือนครึ่ง ระยะเวลาตรงนี้จะเอางบที่ช่วยเหลือประชาชนได้มาช่วยเหลือ หลักการมีง่ายๆ ใครโดนน้ำท่วมขังที่ท่วมเกิน 3-4 เดือน นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะตามไปดูย้อนหลังตั้งแต่วันที่ท่วม และให้เสนอมาในสัปดาหน้า คิดแล้วก็ประมาณ 4 เดือน เป็นการดูแลประชาชนให้พ้นทุกข์ไปในขณะนี้ ส่วนการซ่อมแซมบริหารจัดการหลังน้ำท่วมจะดำเนินการตามมา

จากนั้นนายกฯ มอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด โดยมอบให้ประชาชนที่พายเรือมารอรับถุงยังชีพ 3 ลำ.