เมื่อวันที่ 1 พ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายให้กรมทางหลวง (ทล.)ว่า ได้เน้นย้ำในการดูแลเรื่องความปลอดภัย โดยให้ดึงเทคโนโลยี(AI) มาช่วยจัดการจราจร และลดอุบัติเหตุ รวมทั้งบริหารจัดการไฟถนนสายรองนอกชุมชนในช่วงที่รถน้อย และเปลี่ยนโคมไฟถนนเป็น LED ทั้งหมดอย่างเป็นระบบ ตั้งเป้าเปลี่ยนให้ได้ 80% ภายในปี 2583 ทั้งนี้ปัจจุบันถนนทางหลวงมีโคมไฟประมาณ 1.2 ล้านดวง หากใช้งบประมาณปกติจะใช้เวลาดำเนินการถึง 15 ปี แต่หากได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จะสามารถลดระยะเวลาเหลือประมาณ 7–8 ปี

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี ทล. กล่าวว่า ยืนยันว่าการบริหารจัดการไฟบนถนน เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ไม่ได้ปิดบนถนนทุกเส้นทาง จะปิดเฉพาะทางหลวงหมายเลข 4 ตัว ที่ไม่มีการใช้งาน ในช่วงเวลา 22.00-06.00 น. โดยจะให้เจ้าหน้าที่ลงไปประเมินว่าควรจะปิดไฟในช่วงใดบ้าง ซึ่งจะเริ่มทยอยปิดไฟภายในเดือน พ.ค.2569 ทั้งนี้ช่วงทางแยก ทางกลับรถ ทางข้าม จะไม่มีการปิดไฟแน่นอน เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก และจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินมาตรการดังกล่าว โดยการปิดโคมไฟประมาณ 4% ของโคมไฟถนนทางหลวงหมายเลข 4 ตัวทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 5 แสนโคม จะช่วยประหยัดพลังงานได้ประมาณ 10% ส่วนการเปลี่ยนโคมไฟเป็น LED จะเปลี่ยนในปี 2569 ประมาณ 3 หมื่นโคม จากนั้นในปีถัดไปจะเพิ่มเป็น 6.5 หมื่นโคม และทยอยเปลี่ยนจนครบทั้งหมด.