นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สั่งการให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอี ดี แบงก์ ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี 3 ล้านรายให้อยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤต โดยล่าสุด ได้เปิดตัว ศูนย์ฝ่าฟัน ดันเอสเอ็มอี ทำหน้าที่ช่วยผู้ประกอบการ ให้รับมือผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้า และการขึ้นภาษีตอบโต้จากสหรัฐ ที่เริ่มมีผลกระทบต่อธุรกิจในไทย ซึ่งศูนย์นี้จะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแบบครบวงจร  และเปิดทั้งหมด 96 แห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ มอบนโยบายให้เอสเอ็มอี ดี แบงก์ ผ่อนปรนแนวทางให้สินเชื่อซึ่งมีเงินกว่า 3 หมื่นล้านบาท ช่วยให้ภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินกู้ง่ายขึ้น โดยไม่กระทบต่อฐานะของธนาคาร  ตลอดจนให้ดูแลเรื่องการเพิ่มทักษะ ตลอดจนแก้ไขหนี้สิน หนี้เสียต่อลมหายใจไปได้  

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอี ดี แบงก์ กล่าวว่า ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน เอสเอ็มอี จะเปิดให้บริการที่ธนาคารทั้ง 96  สาขาทั่วประเทศ  มีจุดเด่น คือนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญของหน่วยงานพันธมิตร 15 หน่วยงาน มาผสานเชื่อมโยงกันช่วยเหลือเอสเอ็มอี 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านที่ 1 เติมทุนพาเข้าถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท  

ด้านที่ 2  เติมความรู้ พัฒนาธุรกิจครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม ดีเอ็กซ์ บาย เอสเอ็มอี ดี แบงก์ หรือ dx.smebank.co.th ใช้บริการตลอด 24 ชม. โดยมีฟีเจอร์สำคัญ ๆ เช่น ระบบตรวจสุขภาพทางธุรกิจ การเรียนหลักสูตรออนไลน์ ช่วยเพิ่มศักยภาพการประกอบธุรกิจ และด้านที่ 3. เติมโอกาส ด้วยแก้ไขหนี้อย่างยั่งยืน ด้วยมาตรการ 3 ลด ปลดหนี้ ได้แก่ 1.ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ  2.ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง และ 3.ลดดอกเบี้ยค้างชำระ ช่วยลดภาระการเงิน  

“ธนาคารได้รับวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ คงที่ 3% นาน 3 ปี สำหรับช่วยเหลือเอสเอ็มอีอยู่ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้ปล่อยกู้ไปแล้ว 1.5 หมื่นล้าน และยังมีเหลือพอที่จะช่วยภาคเอสเอ็มอีได้ ส่วนโครงการ ปิดหนี้ไวไปได้ต่อ นั้น เบื้องต้นธนาคารมีหนี้เสียที่เข้าข่ายไม่เยอะ เนื่องจากลูกหนี้ส่วนใหญ่ของธนาคารจะปล่อยกู้เกินล้านบาทขึ้นไป และมีหนี้เสียที่ต่ำกว่า 1 แสนอยู่น้อย ดังนั้นธนาคารอาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลัก แต่หากส่วนใดเข้าข่ายก็พร้อมนำเข้าโครงการ”