สุพรรณบุรี โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองฯ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องรับมือกับภาวะน้ำท่วมเกือบทุกปี ความท้าทายนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่เครื่องจักรทันสมัย แต่ต้องการ “แผนป้องกันที่อยู่ล่วงหน้า” และที่สำคัญที่สุดคือ “ผู้นำที่พร้อมเผชิญหน้า”

ตระกูล “อินทร์ใจเอื้อ” เป็นที่รับรู้กันดีว่าคือผู้ที่นำทัพต่อสู้กับภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลมาหลายสมัย ตั้งแต่ช่วงที่วิกฤติน้ำคือช่วงที่ยากลำบากที่สุด จนมาถึงปัจจุบันในยุคของ เอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี (ทม.สุพรรณบุรี) ที่ได้สั่งสมประสบการณ์การรับมือกับน้ำมาอย่างโชกโชน

แต่การต่อสู้ครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง! เมื่อ นายกเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ พร้อมด้วยปลัดอำพล ยุติโกมินทร์ และเจ้าหน้าที่อีกราว 10 ชีวิต ต้องเดินทางไปศึกษาดูงานความร่วมมือกับ “ใจก้า” (JICA) ที่ประเทศญี่ปุ่น ตามคำเชิญของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 4 จังหวัดนำร่องของไทย กำหนดการเดินทางเริ่มต้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่พายุดีเปรสชันเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทย

ทันทีที่นายกเอกพันธุ์เดินทางถึงญี่ปุ่น พายุก็เข้า ฝนก็กระหน่ำหนักจนเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ของจังหวัด ภารกิจสำคัญในการดูแลประชาชนในเขตเทศบาลเมืองฯ จึงตกอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ ดร.ศิริพร อินทร์ใจเอื้อ รองนายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี ผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านน้ำอย่างเต็มตัว โดยมี นายโอภาส อินสว่าง หัวหน้าป้องกันภัยอาวุโส เป็นกำลังสำคัญในการประสานงานภาคสนาม

ดร.ศิริพร เปิดเผยว่า แม้จะรู้สึก “ใจแป้ว” ตั้งแต่วันแรกที่พายุเข้า แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาเกือบทุกปี และการเตรียมพร้อมตามคำสั่งของนายกเทศมนตรีฯ ทำให้ทีมงานสามารถรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที

“นายกไม่ต้องเป็นห่วง เราก็เคยผ่านงานกับท่านแล้ว… ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ใช่ว่ามีทำลาย” ดร.ศิริพรกล่าวถึงประโยคที่ใช้ยืนยันกับนายกเอกพันธุ์ ซึ่งโทรศัพท์มาสอบถามสถานการณ์ทุกวัน

รองนายกศิริพร พร้อมด้วยหัวหน้าป้องกันอาวุโส เลขาฯ และสมาชิกทุกคน ได้ตื่นเช้าออกสำรวจพื้นที่ทุกวัน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กระทั่งในคืนสุดท้ายก่อนนายกฯ จะเดินทางกลับ สุพรรณบุรีต้องเผชิญกับฝนที่กระหน่ำหนักตลอดคืนจนท่อน้ำบางจุดของเทศบาลแตก ซึ่งสร้างความตกใจให้แก่รองนายกเป็นอย่างมาก แต่ทีมงานก็สามารถจัดการสถานการณ์ไว้ได้

ความสำเร็จในการควบคุมสถานการณ์น้ำท่วมจนถึงวันที่ นายกเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ เดินทางกลับมาถึงสุพรรณบุรีอย่างปลอดภัย แสดงให้เห็นว่า ดร.ศิริพร อินทร์ใจเอื้อ “รองนายกหญิงแกร่ง” และทีมงาน ได้ “สอบผ่าน” อย่างงดงามในการบริหารจัดการวิกฤติ ภายใต้หลักการที่ว่า “เจ้าหน้าที่ทุกคนเราฝึกซ้อมมาทุกฤดูกาล” ตามที่นายกเคยเน้นย้ำไว้เสมอ

การรับมือกับน้ำของเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า การต่อสู้กับภัยธรรมชาติไม่ได้อาศัยเพียงแค่เครื่องมือ แต่ต้องอาศัย ความเข้าใจในปัญหาทุกจุด การเตรียมพร้อมของบุคลากร และทีมเวิร์คที่เข้มแข็ง ในวันที่โลกกำลังเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมมือกันเพื่อจัดการปัญหาภัยพิบัติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเทศบาลเมืองสุพรรณบุรีได้พิสูจน์แล้วว่า พวกเขาพร้อมที่จะเดินหน้าฝ่าฟันทุกวิกฤติต่อไป

————————–

วัชระ พัฒนศรี หัวหน้าศูนย์ข่าวภาคตะวันตก