ทำเอาลูกทุ่งหนุ่มฮอต “กานต์ ทศน” ถึงกับออกอาการเดือด ขอเป็นตัวแทนหมู่บ้านออกมาปกป้องศิลปินรุ่นพี่ในวงการหลายคน โดยเฉพาะ “เปาวลี พรพิมล” หลังถูกแฟนคลับบางส่วนของ “ต้นข้าว สุปรียา” หรือ น้องต้นข้าว แชมป์ดวลเพลงชิงทุน 68 สมัย เข้ามาคอมเมนต์พาดพิงในเชิงไม่ให้เกียรติ จนทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ในหมู่ศิลปิน

ล่าสุด หนุ่มกานต์ ได้เปิดใจในงานครบรอบ 42 ปี บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดยพฤติกรรมของแฟนคลับกลุ่มนี้สร้างความเอือมระอาและเป็นปัญหาอย่างหนักในวงการ ซึ่งงานนี้ หนุ่มกานต์ ได้เผยว่า
“คือก่อนที่จะเดือดขนาดนี้ ก่อนหน้านี้หลายเดือนเราก็เคยโดนไปรอบหนึ่งแล้วว่า ทำไมเอฟซีถึงสู้น้องคนนี้ไม่ได้ แล้วเรามาเจอที่มาคอมเมนต์ว่าพี่เราว่า ทำไมไม่เปลี่ยนจากพี่เปาเป็นน้องเขา เราเลยรู้สึกว่าคำพูดพวกนี้ความจริงตัวน้องเอง และผู้ใหญ่ทางฝั่งน้องเอง ควรที่จะจัดการได้แล้วอย่างเป็นจริงเป็นจังได้แล้ว ผมมองแค่นี้ครับ เพราะตอนนี้มันแทบที่จะไม่มีใครกล้าที่จะร่วมงานกับน้องเลย ขนาดศิลปินผู้หลักผู้ใหญ่ เอฟซีเขาลงหมดเลย ใครที่ไปงานกับน้อง ขึ้นเวทีกับน้อง มีปัญหาหมดเลย มันกลับกลายเป็นว่าสุดท้ายแล้วไม่มีใครอยากจะไปงานกับน้องเลยวินาทีนี้”
สำหรับผมเรื่องแบบนี้เป็นที่เอฟซีครับ คือตัวน้องอ่ะ เด็กทำงานหาเลี้ยงครอบครัว น้องไม่รู้เรื่องอะไรหรอก แต่ผมมองว่าผู้ใหญ่ที่ใกล้ตัวน้อง น่าจะจัดการให้หนาแน่นมากกว่านี้ เราไม่อยากให้ศิลปินในวงการ รุ่นพี่ หรือครูอาจารย์ มองน้องว่าเป็นเด็กก้าวร้าว ผ่านมุมมองจากแฟนคลับ ความจริงแฟนคลับเป็นหน้าเป็นตาของศิลปินมากๆ เพราะฉะนั้นเราต้องมีวิธีการจัดการกับแฟนคลับเรายังไง ให้มันเหลือคนประเภทอย่างนี้น้อยที่สุด
แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเราก็ยังไม่เคยได้คุยกับน้องครับ ยังไม่มีโอกาสได้เจอน้องเลย แต่ถ้าได้เจอ เราก็ไม่ได้มีความรู้ที่จะไปแนะนำขนาดนั้น แต่ถ้าเราพูดได้ เราอยากจะบอกให้ผู้ใหญ่ฝั่งน้องจัดการกับกลุ่มเอฟซีพวกนี้ที่ออกมาปีนเกลียวกับศิลปินรุ่นพี่ต่างๆ เพราะค่อนข้างเยอะ เราก็ขึ้นแทนครับ พี่ๆ ศิลปินหลายๆ คนก็ทักมาว่าผมกลายเป็นตัวแทนหมู่บ้านที่กล้าพูด พูดไปมีแต่คนเห็นด้วยกับผม เพราะเราพูดในมุมมองของความจริง เราไม่ได้พูดว่าน้องผิด น้องนิสัยแย่ เราไม่เคยพูดถึงน้องเลย เราพูดถึงแฟนคลับของน้อง

ถามว่าแล้วเขาไม่มาทัวร์ลงในเราเหรอ อันนี้เป็นเรื่องที่น่าแปลก ไม่มีเลย ไม่มีมาถึงผมเลย มีโผล่เมื่อเช้าแต่ไม่เชิงด่า อารมณ์ประมาณว่า อยากให้พิจารณาพฤติกรรมแต่ละคนดีๆ แล้วก็เหมือนสอนผมว่า ยิ้มเยอะๆ นะ พูดเพราะๆ ผมก็ไม่รู้ว่าเขากลัวหรือไม่กลัว แต่สิ่งที่ผมพูดมันเป็นความจริงที่เราเห็น และพี่ๆ ศิลปินโดนเยอะ ผมรักในเสียงน้อง ติดตามน้องมาตลอดตั้งแต่ประกวด เราอยากให้ศิลปินแบบนี้ไปได้ไกล ข้อดีของน้องคือเราไม่เคยเห็นศิลปินลูกทุ่งภาคกลาง ที่ปิดวิกแล้วคนเยอะมากขนาดนั้นจนล้นสังกะสี ถ้าทำดีๆ น้องคือซอฟต์พาวเวอร์ที่น่าจับตามอง แต่น้องจะไปได้ไกลหรือไม่ไกล วินาทีนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวน้อง เพราะน้องมีครบแล้ว มันอยู่ที่แฟนคลับล้วนๆ
แล้วศิลปินที่ทักมาหาเรา ถามว่าเขาเล่าเหตุการณ์อะไรให้ฟังบ้าง คือเขาก็โดน บางคนได้ขึ้นก่อนก็โดนด่าว่าทำไมไม่ให้ศิลปินที่เขารักขึ้นก่อน พอขึ้นหลังก็ว่า ทำไมคนอื่นออกหายหมดเลย คนเฒ่าคนแก่รอดูน้องไม่ไหวก็กลับก่อน ซึ่งผมมองว่าอยู่ที่เจ้าภาพ ถ้าคุณอยากดูขนาดนั้น คุณหาเงินจ้างน้องมาร้องเพลงให้ฟังเองที่บ้านเลย แต่ถ้าคุณไปดูที่อื่น คุณต้องเคารพการตัดสินใจของเจ้าภาพที่เขาจ้างมา คุณต้องให้เกียรติ จะไปคอมเมนต์ให้เปลี่ยนจากศิลปินคนนี้เป็นเด็กของตัวเอง แล้วศิลปินของตัวเองแตะไม่ได้ แต่ทำไมคุณถึงไปแตะศิลปินคนอื่นได้ ผมร่วมงานไม่ได้มีปัญหา ผมไม่กลัวเลย ถ้าผมกลัวผมไม่ออกมาขนาดนี้
อันนี้น่าเป็นกรณีศึกษา เรารู้สึกว่าศิลปินเบอร์ใหญ่ๆ โดนเยอะมาก โดนแทบทุกคน แต่ไม่มีใครจัดการกับกลุ่มแบบนี้ได้เลย เพราะฉะนั้นผมเหมือนเป็นกระบอกเสียงดีกว่า ว่าต่อจากนี้อยากให้ทางผู้ใหญ่ของน้องอบรบกันจริงๆ เลย ว่าเอฟซีต้องเป็นยังไง เอฟซีน้องมาบอกผมว่าทีแต่แอคปั่นที่จ้องทำลายน้อง เหรียญมันมีสองด้าน ผมเลยตอบกลับไปว่าเหรียญมีสองด้านจริง แต่ทำไมถึงแสดงด้านนี้บ่อยเหลือเกิน ด้านดีทำไมมันน้อยกว่าด้านลบ ผมงงแค่นี้

ถ้าน้องฟังอยู่อยากบอกว่า น้องเป็นคนที่มีความสามารถ เสียงดีมาก น้องมีพร้อมทุกอย่าง แต่ตอนนี้สิ่งที่ไม่พร้อมและสกัดขาน้องคือแฟนคลับกลุ่มแบบนี้ ที่จะทำลายอนาคตน้อง ผมกล้าพูดแบบนี้เลย ว่าน้องจะไปไหนได้ไม่ไกลเลย ถ้ายังมีแฟนคลับกลุ่มนี้ เพราะฉะนั้นถ้ารักน้องจริง สนับสนุนน้อง ลดซะทิฐิบางอย่าง มันไม่มีใครเลิศเลอไปกว่าใคร ทุกคนมีเอกลักษณ์ของแต่ละคน ให้เกียรติซึ่งกันและกันดีกว่า เคารพการตัดสินใจของแต่ละพื้นที่ ผมเชื่อว่าน้องทำดีแล้ว แต่แฟนคลับตอนนี้ทำไม่ถูก
ถามว่ากลัวคนหาว่าเราอิจฉาน้องไหม คือมีคอมเมนต์มาแล้ว ไอ้กานต์อิจฉาเด็ก ผมนั่งอ่านแทบทุกคอมเมนต์ ผมเลยถามคำหนึ่งว่า ในพื้นที่ที่ผมอยู่เนี่ย ผมจะไปอิจฉาเด็กทำไม ยิ่งมีเด็กใหม่มีคุณภาพยิ่งดี บางคนว่าเราหิวแสง ใช่ครับ หิวอยู่แล้ว ผมขายคอลลาเจนครับ เรามีแสงอยู่ในตัว แต่แสงของเราต้องถูก ตอนอ่านคอมเมนต์อิจฉาเด็กก็มือสั่นกำลังจะกดพิมพ์แล้ว แต่กลัวแม่โทรมาด่า เลยยับยั้งไปก่อน ตอนแรกมีหลายอย่างเลยที่อยากโพสต์ แต่เหยียบไว้ก่อน
แล้วที่ออกมาพูดเพราะเป็นห่วงอนาคตน้อง ผมพูดกับคนรอบข้างว่า ต้นข้าวเป็นคนที่มหัศจรรย์มาก แล้วอีกอย่างที่ขอฝากไว้เลยว่าอย่าเอาต้องไปเปรียบเทียบกับครูเพลงชั้นครู ให้น้องได้เดินทางในสิ่งที่น้องเป็น พอคนรอบข้างมองว่าน้องเป็นตัวตายตัวแทน น้องก็จะเป็นตัวตายตัวแทนอยู่แค่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นบอกน้องเลยว่ารักในสิ่งที่น้องเป็นดีที่สุด เด็กวัยกำลังโต กำลังสับสนว่าจะไปทิศทางไหนในวงการ แต่เรารู้สึกว่าสิ่งที่น้องเป็นมันดีอยู่แล้ว อย่ายัดเยียดความเป็นคนอื่นให้น้อง ให้น้องหาประสบการณ์ หาเอกลักษณ์ของตัวเองให้ได้เยอะที่สุด
ส่วนด้านพี่ “เปาวลี” เขาก็บอกว่าขำๆ ไม่ซีเรียสหรอก แต่ผมคิดว่าพี่เปาก็มีความนอยด์ คือเขาทำงานวงการมาหลายปี เขาเป็นคนน่ารักมากๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอดราม่า ผมเลยบอกว่าพี่อยู่นิ่งๆ สวยๆ ไป เดี๋ยวผมลุยให้ ผมเชื่อว่าต่อให้ไปถามเขา เขาก็คงจะตอบแบบผม ถามว่าลานรถทัวร์เราพร้อมไหม ลานพร้อมครับ ทุกเพจเตรียมตัวเลย มาแน่นอน ประโยคแรกที่จะมาคือข่าวทำบุญทำไมไม่เอาลงบ้าง เพราะฉะนั้นเอาข่าวนี้ลงแล้ว เอาข่าวดีๆ น้องเสิร์ฟเข้าไปอีกด้วย เรากลัวทัวร์ไหม คือมาขนาดนี้แล้วครับ ถามว่ากลัวไหม ถ้าเป็นทัวร์แบบปสด. ก็ยินดีครับ เราพร้อมรับมือ เพราะเราอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กานต์ ทศน , ต้นข้าว สุปรียา



