เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ในช่วงค่ำ มีการเผยแพร่ภาพ “เสี่ยโต้ง ไทบ้าน” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกรัฐบาล ถ่ายรูปคู่กับ “หัวหน้าท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พรรคสีชมพูบ้านใหญ่สุพรรณบุรี และในภาพยังมีนายนิกร จำนง ผอ.พรรค ชทพ. รวมถึงบ้าน “ปริศนานันทกุล” บ้านใหญ่อ่างทอง
ซึ่งมีสัญญาณหรือเสียงเล่าลือกันว่า “เริ่มจับขั้วทางการเมืองกันแล้ว” เพราะเลือกตั้งก็ใกล้เข้ามา นายกฯ ต้องยุบสภาตาม MOA คือภายใน 31 ม.ค. 69 “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยบอกว่า “สงสัยพวกเขารียูเนี่ยน (reunion) กัน” คือกลับมารวมตัวกัน เพราะบ้านใหญ่อ่างทอง นามสกุลปริศนานันทกุล เคยเป็น สส.ชาติไทยพัฒนา รวมถึงเสี่ยโต้งก็เคยอยู่พรรคปลาไหล
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในอนาคตจะมีโอกาสร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พวกเขาเป็นคนรุ่นเดียวกัน แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมร่วมงาน ทุกคนมีความสามารถ มีคุณภาพ ขณะนี้ใกล้เลือกตั้งเข้ามาทุกที ทุกพรรคก็ต้องมีความตื่นตัวและมีความพร้อม
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีและบ้านใหญ่ชลบุรี มีโอกาสจะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ได้พูดคุยกันอยู่ เมื่อถามอีกว่านายก อบจ.ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ หรือ นายก ช้าง ก็จะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ นายกฯ หัวเราะ ก่อนตอบว่า “รู้แล้วถามทำไม”
การโยนหินถามทาง การตอบแบ่งรับแบ่งสู้ เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งความชัดเจนจะเปิดได้เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นถึงเวลาเหมาะสม อาจเป็นก่อนเลือกตั้ง หรือก่อนตั้งรัฐบาล ได้ทั้งหมด และไปในรูปแบบไหนต้องรอดู
จากการลงมติของ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. …. รัฐสภา ได้ตัดการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ออก ให้มี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน มาร่างรัฐธรรมนูญแทน และยังมี กมธ.การมีส่วนร่วมของประชาชนอีก 35 คน ทำให้พรรคเพื่อไทยโจมตีว่า ตัดการมีส่วนร่วมของประชาชน
“สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญฯ กล่าวว่า พรรค ปชน.พยายามออกแบบกลไกให้มีส่วนร่วมกับประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยไม่ขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยมีการเสนอ ส.ส.ร.เข้ามาคั่นกลาง ก่อนเลือก กมธ. ยกร่าง ซึ่งมองว่า ส.ส.ร.ดังกล่าว ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง อาจทำให้ผู้ร่างกับประชาชนมีระยะห่างมากขึ้น และกังวลว่าการเพิ่ม ส.ส.ร.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อาจทำให้ กมธ. ยกร่าง ถูกผูกขาดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือสีใดสีหนึ่ง
ข้อเสนอของ กมธ. เสียงข้างมากลงมติไม่ให้เพิ่มเข้ามา คือไม่ให้เพิ่ม ส.ส.ร.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และให้คงไว้ซึ่งกลไกตามร่างของพรรค ปชน. ดังนั้นการไปพาดหัวข่าวว่าตัด ส.ส.ร.ออก ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ต่อมา กมธ.ลงมติตัด “สภาที่ปรึกษา” ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพราะเกรงว่า มีการเลือกตั้งจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
เกณฑ์การคัดเลือก กมธ. ยกร่าง พรรค ปชน. ได้เสนอสูตร 20 หยิบ 1 คือนำสมาชิกรัฐสภารวมตัวกันมา 20 คน เลือก กมธ.ได้ 1 คน (ใช้เสียงชนะโหวต 2 ใน 3) จะเป็นหลักประกันว่า กมธ. ยกร่าง จะไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จากนั้นก็ต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เงื่อนไขการยื่นซักฟอก มาตรา 151 ของพรรค ปชน. คือเราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าเกิดการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญไม่เสร็จภายในสิ้นปี เราต้องทำเต็มที่เพื่อปกป้องร่างของพรรค ปชน.
“สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. ในฐานะ กมธ.แถลงว่า ที่ประชุมได้ลงมติให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ มีที่มาจากการสมัครของประชาชน และให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก แต่ยังต้องหารือกันอีกครั้งว่า คุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการเลือกเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ทั้งการเป็นตัวแทนเชิงพื้นที่ เชิงประเด็น หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ
“นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ไฟเขียวให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 และ 3 เรื่องนี้ผู้ดำเนินการประสานงานคือ “รมต.แบต” ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สส.อ่างทอง เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี ให้เป็นไปตามเงื่อนไขบันทึกข้อตกลง (MOA) ที่พรรคภูมิใจไทย ทําไว้กับพรรค ปชน. ขอย้ำว่า เราดำเนินการตามเอ็มโอเอ
วันเดียวกัน ศาลจังหวัดพิจิตร ได้ขึ้นบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดี วัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลาน ได้ยื่นฟ้อง นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ อดีต สว. นำมวลชนบุกเข้าปิดกุฏิสามฤดู กุฏิของรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน และขับไล่รักษาการเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2561 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ มีโทษจำคุกเป็นระยะเวลาจำนวน 9 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดพิจิตร ได้ควบคุมตัวนายกิตติศักดิ์ทันที เพื่อรอส่งตัวเข้าเรือนจำ และรอดูว่าจำเลยต้องการฎีกาหรือไม่
นายกิตติศักดิ์ ยังมีคดีจ้างวานชายฉกรรจ์ชุดดำบุกทำร้ายร่างกายพระสงฆ์ ไวยาวัจกร และคนงานภายในวัดอีก โดยเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 6 เมษายน 2566 คดีอยู่ระหว่างชั้นอัยการจังหวัดพิจิตร พิจารณาการส่งฟ้องศาล ในช่วงวันที่ 20 พ.ย. กลุ่มชายชุดดำจำนวน 21 คน นั้นศาลพิพากษาให้จำคุกแล้วคนละ 18 เดือน คุมประพฤติ 2 ปี และให้รอลงอาญา 4 ปี พิจารณาส่วนของนายกิตติศักดิ์ล่าช้า เพราะอาศัยเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการเป็น สว.
“ทีมข่าวการเมือง”



