เจาะรูปแบบพฤติกรรม “นอกรีต” วงการตำรวจ นับแต่อดีตถึงปัจจุบันพบไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้มีการเปลี่ยนระบบบังคับบัญชาและโครงสร้างอำนาจใหม่ จาก “กรมตำรวจ” เป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ยกตัวอย่าง อดีตเคยมีงานวิจัยศึกษากรณีการคอร์รัปชันในสถานีตำรวจ หรือโรงพัก แบ่งเป็นดังนี้

งานฝ่ายป้องกันและปราบปราม และฝ่ายสืบสวน มีรายได้จากสถานประกอบการ ร้านอาหาร ร้านเหล้า ผับบาร์ โรงแรมม่านรูด ตลอดจนธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ บ่อนพนัน หวยเถื่อน หวยใต้ดิน ซึ่งปัจจุบันพัฒนาเป็น “เว็บพนันออนไลน์” ไม่นับรวมไซต์ก่อสร้างที่มีการเรียกเก็บจากแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมือง ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย
ตลอดจนโกดังเก็บของต่าง ๆ การค้าไม้เถื่อนร่วมกับนายทุน เก็บค่าหัวคิวรถประจำทาง ผู้ประกอบการรถบรรทุก การตั้งด่านตรวจค้น หรือตั้งจุดสกัด
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนงานต่างด้าว หรือคนที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย บรรดาเจ้าของกิจการที่มีคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาจะจ่ายให้กับตำรวจ เพื่อซื้อค่าคุ้มครอง ซึ่งจะมีตำรวจหน่วยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ตำรวจภูธร ตำรวจสันติบาล ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจน้ำ ตำรวจกองปราบฯ และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

งานจราจร มีหน้าที่ดูแลและควบคุมการจราจรให้เป็นระเบียบ ส่วนใหญ่มีรายได้มาจากค่าปรับ รวมถึงรายได้จากการขออนุญาตใช้ประโยชน์บนผิวจราจร
สายงานสอบสวน มีหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างคู่กรณี ก่อนที่คดีความจะถูกส่งไปยังชั้นอัยการและเข้าสู่การพิจารณาโดยศาลยุติธรรม ซึ่งตำรวจถือเป็นต้นทางของกระบวนการ สามารถ “ตัดตอน” มิให้คดีความขึ้นสู่ขั้นต่อไปได้ ในรูปแบบของการไกล่เกลี่ยเจรจายอมความ รวมถึงการกระทำอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ “สำนวนอ่อน” ผ่อนหนักเป็นเบา เพื่อลดโทษ อำนวยความสะดวก
ผู้ที่ประกอบธุรกิจประเภทดังกล่าว ต้องเสียเงินให้กับตำรวจท้องที่ และหน่วยพิเศษ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมเรื่องนั้นโดยเฉพาะ อาทิ กองปราบปราม และกองกำกับการสอบสวน บก.สืบสวนต่างๆ ตำรวจทางหลวง โดยวิธีการคือ “นายทุน” จะเข้าไปติดต่อกับผู้ที่มีอำนาจในโรงพัก หรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงใน บก. หรือ บช. ขึ้นไป ก่อนตกลงที่จะดูแลกันเป็น “ตัวเลข” ตามวงรอบที่ตกลง โดยมีทั้งจ่ายรายสัปดาห์และรายเดือน

ทั้งนี้ ส่วนมากจะมีการเรียกเก็บไม่เกินวันที่ 5 หรือวันที่ 25 ของเดือน ซึ่งจะมีตำรวจที่ทำหน้าที่เป็น “พ่อบ้าน-หน้าเสื่อ” ในการดำเนินการเก็บเงิน โดยในอดีตจะเป็นการ “วิ่งชนตัว” แต่ปัจจุบันได้มีการใช้ “บัญชีม้า” เพื่ออำนวยความสะดวก
กับอีกวิธี คือ เมื่อมีการประกอบธุรกิจ ทางผู้ประกอบการเจ้าของกิจการจะไม่ทราบว่าตนเองจะต้องมีการจ่ายให้กับเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งถูกจับกุมและมีการพูดคุยตกลงกันในการเลือกรับผลประโยชน์รายเดือน เพื่อแลกกับการไม่ถูกตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คอร์รัปชันแล้วจับไม่ได้ ก็เนื่องจาก “ตำรวจชั้นผู้น้อยหาส่งส่วยให้นาย” ขณะรูปแบบของส่วย จะมีการจ่ายเป็นเงิน สิ่งของ หรือสนับสนุนกิจการงานตำรวจ ตามโอกาสต่าง ๆ.



