เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (22 เม.ย. 2569) ศาลแขวงพระนครใต้ มีคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1874/2567 ที่ น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี โจทก์ ยื่นฟ้อง นางมัณฑนา หิมะทองคำ จำเลย ในความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4
พฤติการณ์ตามฟ้องสรุปว่า ระหว่างประมาณกลางเดือนกันยายน 2566 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 จำเลยได้ร่วมกันหลอกลวงโจทก์ โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกแจ้งแก่โจทก์ว่า จำเลยและเพื่อนของจำเลยได้ร่วมกันประกอบธุรกิจขายกระเป๋าแบรนด์เนมหรู พร้อมชักชวนให้โจทก์นำเงินมาร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง
โจทก์หลงเชื่อ จึงโอนเงินให้จำเลยรวม 32 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 4,237,700 บาท ต่อมาเมื่อถึงกำหนดรับเงินผลตอบแทน จำเลยไม่สามารถคืนเงินลงทุนตามที่กล่าวอ้างได้ และได้ออกเช็คให้โจทก์จำนวน 1 ฉบับ เป็นเงิน 2,000,000 บาท เพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืม อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เสียหายนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน
โดยศาลมีคำพิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี
ภายหลัง จำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ศาลแขวงพระนครใต้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยกำหนดเงื่อนไข หากผิดสัญญาประกันให้ปรับ 300,000 บาท และให้จำเลยติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) พร้อมวางเงินสด 60,000 บาท (คิดเป็นหลักประกัน 20% ของวงเงินประกัน 300,000 บาท)
ทั้งนี้ ให้จำเลยนำเงินหลักประกันมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 22 เม.ย. 2569 และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล พร้อมทั้งให้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบด้วย



