เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13-17 พฤศจิกายน โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กเพียงสั้นๆว่า ว่า “นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนกราบบังคมทูลต่อหน้าพระพักตร์ในหลวง จีนซื้อข้าวไทยห้าแสนตัน”

จากกรณีมีข่าวว่า กลุ่มบ้านใหญ่สุพรรณบุรี ศิลปอาชา ซึ่งอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มาโดยตลอด จะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย “หัวหน้าท็อป” วราวุธ  ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า  จะไปไหนต้องคุยกับแกนนำพรรคและสมาชิกก่อน  ต้องถามลูกพรรคฯ ว่าไงก็ว่ากัน ไม่ใช่ตนตัดสินใจคนเดียว  

ก่อนหน้านี้ มีข่าวบ้านใหญ่ชลบุรี “คุณปลื้ม” ไม่ค่อยปลื้มกับ “รัฐมนตรีเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นัก ตอบโต้กันในโซเชียลฯ ไปมา จนวันนี้มีข่าวบ้านใหญ่คุณปลื้มจะย้ายเข้าภูมิใจไทย ตาม “รมต.เฮ้ง” ที่เข้าไปก่อนแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงไปถามถึงการแบ่งพื้นที่ดูแลในชลบุรี

รมต.เฮ้ง กล่าวว่า เท่าที่ทราบยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ทุกคนพูดคุยกันได้หมด ซึ่งหากใครมีความรู้มีศักยภาพทางการเมืองที่พร้อมจะมาทำงานด้วยกัน ถึงจะเป็นจังหวัดเดียวกันก็ยินดี  ผู้บริหารภูมิใจไทย คงรู้ว่า ใครเหมาะดูเขตไหน  ที่ตนเองวางตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ไว้แล้วมีอยู่ เช่น เขต อ.เมืองชลบุรี พานทอง พนัสนิคม บ้านบึง บ่อทอง หนองใหญ่ เกาะจันทร์ ประมาณ 5 เขต ซึ่งเป็นผู้สมัครเก่า

“จ.ชลบุรีมี 10 เขตเลือกตั้ง ตนเกิดที่ อ.เมืองชลบุรี ไม่ได้ข้ามไป อ.ศรีราชา บางละมุง พัทยา ถนัดในโซน อ.เมืองชลบุรีมากกว่า” รมต.เฮ้ง ว่า จึงคาดว่า กลุ่มคุณปลื้มน่าจะดูแลชลบุรีตอนล่างให้ภูมิใจไทย เช่น บางละมุง สัตหีบ  

ที่พรรคเพื่อไทย “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค  ร่วมเปิดตัวผู้สมัคร สส. เป็นรอบที่ 4 ประกอบด้วย 1. นายวิทยา มาลา ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.พิจิตร 2. นายจอมจักรภพ วัชระจินดาวัฒนะ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.ชัยภูมิ 3. น.ส.ณิชาภา โกวิทานนท์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.สมุทรสงคราม 4. นายวิรัตน์ เกียรติสันติกุล ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นนทบุรี 5. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นนทบุรี

6. น.ส.ดาราวรรณ อัจฉริยะประสิทธิ์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นนทบุรี 7. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นนทบุรี 8. นายวัชยธนันท์ อัศวนิโครธร ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นนทบุรี 9. นายประถมการ อ่วมอ่อง ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นนทบุรี 10. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นนทบุรี 11. นายจำลอง ขำสา ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นนทบุรี  การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในครั้งนี้ มีนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ซึ่งอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวมากว่า 45 ปี  และสนิทสนมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ได้มาร่วมสังเกตการณ์การเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย

สำหรับความคืบหน้าการตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ  นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. โฆษก กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา แถลงว่า ที่ประชุม กมธ. ได้เห็นชอบต่อการกำหนดที่มาของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน มาจากประชาชนสมัครผ่าน กกต. ผู้สมัครต้องมีประชาชนรับรองอย่างน้อย 100 รายชื่อ พร้อมกันนั้นต้องมีเอกสารแสดงวิสัยทัศน์ และอุดมการณ์ความยาว 1 หน้ากระดาษ ใช้เผยแพร่

การคัดเลือก กำหนดให้ใช้สูตร 20 หยิบ 1 คือ ให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่ม กลุ่มละ 20 คน เพื่อเสนอชื่อ กมธ. 1 คน แต่หากไม่สามารถหาจำนวน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ครบ 35 คน จะให้ใช้วิธีการที่สมาชิกรัฐสภา จำนวน 10 คนเสนอบัญชีผู้จะได้รับการเลือกเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ  เป็นจำนวน 2 เท่าของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ขาด จากนั้นให้รัฐสภาลงมติ เห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก เกิน 2 ใน 3   

กมธ. กำหนดให้รัฐสภาเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน แต่หากครบเวลาแล้วยังได้ไม่ครบ 35 คน แต่ได้เป็นจำนวน 90% หรือ 33 คน ให้ปฏิบัติหน้าที่ได้  ส่วนการรวมกลุ่มสมาชิกรัฐสภา  ในหลักการเป็นรวมกันของสมาชิกรัฐสภาที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน (คือการให้จับกลุ่มกันเอง ไม่ใช่สุ่มจับกลุ่ม)  เพราะมีข้อดีที่จะทำให้เกิดความหลากหลายของ กมธ.  

“หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า รัฐบาลต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระ 2 ก่อนการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ และหลังจากวาระ 2 แล้วต้องเว้นวรรคไปอีก 15 วัน เพื่อให้สามารถผ่านวาระ 3 ได้ภายในสิ้นปีนี้ และ ครม. จะสามารถมีมติ และยุบสภาได้ภายในเดือน ม.ค. หากรัฐบาลไม่ได้เปิดการประชุมสมัยวิสามัญก่อนวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ปชน.จะยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลมีปัญหาเรื่องทุนเทาและสแกมเมอร์ รวมถึงการจัดการปัญหาชายแดน

“…หากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ  เป็นการซักฟอกเรื่องรัฐมนตรีสีเทาเป็นรายบุคคล  พรรค ปชน.ก็พร้อมลงมติเป็นรายบุคคลเช่นเดียวกัน แต่หากเป็นการอภิปรายเพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง  เราก็ต้องมาพิจารณาอีกทีหนึ่ง ว่าเหตุผลในการยื่นอภิปรายของพรรคเพื่อไทย มีเหตุและผลพอสมควรหรือไม่…”

“ทีมข่าวการเมือง”