นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมแพ็กเกจช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี โดยจะเสนอ ครม.เศรษฐกิจ ภายใน 2 สัปดาห์ ได้แก่ 

แพ็กเกจที่ 1 มาตรการทางการเงิน มาตรการนี้มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินโดยตรง เช่น การค้ำประกันสินเชื่อ และการสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน

แพ็กเกจที่ 2 มาตรการภาษี แพ็กเกจนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีและภาษีศุลกากร มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันสำหรับผู้ประกอบการไทย ได้แก่ การเร่งรัดกระบวนการคืนภาษีให้เร็วขึ้นสำหรับเอสเอ็มอี ซึ่งส่วนนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมสรรพากร ส่วนของกรมศุลกากรจะออกระเบียบการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้า ตั้งแต่ราคา 1 บาทแรก เพื่อสร้างความเป็นธรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในประเทศ 

แพ็กเกจที่ 3 การสนับสนุนการซื้อสินค้าไทย ขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างทำความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารไทย และสภาหอการค้า เพื่อสนับสนุนการซื้อสินค้าเอสเอ็มอีไทยผ่านมาตรการของรัฐบาล 

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังอยู่กำลังพิจารณาแพ็กเกจที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง เพื่อเข้ามาช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มเติม โดยเป็นรูปแบบของกองทุน เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่อนปรนมากกว่ากลไกการค้ำประกันของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) งบประมาณจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)