เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สส.พรรคประชาชน นำโดย น.ส.ปวิตรา จิตตกิจ สส.กทม ธนบุรี พรรคประชาชน เข้ายื่นข้อเสนอเร่งด่วน แก้วิกฤติการเงินและการบริหารจัดการของคลินิกชุมชนอบอุ่นในพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยมี นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เป็นผู้รับหนังสือ

น.ส.ปวิตรา กล่าวว่า พรรคประชาชนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ กทม. ซึ่งได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างจากการบริหารของ สปสช. เช่น ระบบส่งตัว ที่ต้องใช้ใบส่งตัว แต่พบว่าคลินิกปฐมภูมิมีข้อจำกัดในการออกใบส่งตัวได้วันละ 10 ใบ ทำให้ผู้ป่วยต้องไปรอแต่เช้า แต่ถ้าเป็นคิวที่ 11 ก็ต้องกลับไปใหม่ในวันถัดไป บางคนป่วยหลายโรค เช่น ป่วย 3 โรค ต้องขอใบส่งตัว 3 ใบ แล้วถ้ารักษาครบ 90 ยังไม่หายก็ต้องกลับไปขอใบส่งตัวใหม่ ทำให้เกิดปัญหาเดินทางหลายรอบ เกิดเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมาก รวมถึงต้องเดินทางไกลขึ้น ซึ่งทาง สปสช. ได้แก้ปัญหาจัดรถรับส่งฟรี แต่ก็ให้สิทธิแค่ 3 เที่ยวต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาลดวันจ่ายยาที่ผู้ป่วยต้องกินเป็นประจำ เช่น ยาลดความดัน จากที่เคยได้ 30 เม็ดต่อเดือน ก็เหลือ 7 เม็ดเท่านั้น ที่เหลือให้ผู้ป่วยไปหาเอาเอง ซึ่งทางคลินิกแจ้งว่า ที่ทำเช่นนี้เพราะ สปสช. ไม่จ่ายเงินให้ ทางคลินิกจึงไม่สามารถที่จะดูแลตรงนี้ให้ได้ ประชาชนก็เป็นผู้ที่ต้องรอคอย ปัญหาก็ตกอยู่กับประชาชน ทั้งนี้ที่จริงมีหลายประเด็นที่ได้ยื่นต่อหน่วยงาน

“ที่ผ่านมาเราหวังพึ่งเจ้ากระทรวง แต่เจ้ากลับให้สัมภาษณ์ว่า สปสช. นี้ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องปฏิรูปใดๆ ซึ่งเรามองว่าถ้าท่านเดินเข้าออกกระทรวงบ่อยๆ หรือดูข่าวสักหน่อย ท่านจะเห็นว่าปัญหามีมากมาย ถ้าท่านบริหารแบบปิดตาข้างเดียวแบบนี้ ปัญหายังซุกอยู่ใต้พรม เมื่อเวลาผ่านมา เกิดการยุบสภา ท่านก็จากไป แต่ปัญหานั้นก็ยังอยู่ใต้พรม แล้วคนที่ได้รับความเดือดร้อนก็คือประชาชน พรรคประชาชนจึงขอยื่นหนังสือ นำข้อเสนอแนะเพื่อให้หน่วยงาน รับพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของท่าน ประเด็นไหน ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ พวกเรายินดีสนับสนุน ข้อมูลกับหน่วยงานราชการ เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่ของท่าน” น.ส.ปวิตรา กล่าว

ต่อมาภายหลังการยื่นหนังสือแล้ว สส.ประชาชน ได้เข้าไปหารือร่วมกับ นพ.จเด็จ พร้อมด้วยกรรมการและเจ้าหน้าที่ สปสช. จำนวนหนึ่ง โดย สส.ประชาชน ได้กล่าวว่าที่ยื่นข้อเสนอถึง สปสช. 7 ข้อ โดยข้อ 1.การเพิ่มอำนาจเชิงปฏิบัติของ สปสช. ในการพิจารณาและสั่งการออกใบส่งตังตัว ให้มีการประกาศคุ้มครองสิทธิการส่งต่อผู้ป่วย ให้ สปสช. มีอำนาจตรวจสอบสั่งการหน่วยงานให้ออกใบส่งตัวผ่านสายด่วน 1330 ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะก่อนหน้านี้ สส.ประชาชน ได้ทดลองโทรฯ ไปที่ 1330 แล้วพบว่าไม่มีอำนาจดำเนินการจริง อำนาจในการออกใบส่งตัวอยู่ที่สถานพยาบาล เท่ากับว่า สปสช. เป็นเพียงเสือกระดาษที่ทำอะไรไม่ได้เลย ต่อให้เห็นว่าเป็นเคสเร่งด่วน เป็นต้น

นพ.จเด็จ กล่าวถึงประเด็นข้อเสนอเกี่ยวกับใบส่งตัวว่า ในข้อเสนอนี้ตนเห็นว่ามีข้อความสำคัญคือ “โดยเห็นว่าคำสั่งนี้มีผลผูกพันตามสัญญา” ซึ่งเข้าใจว่าข้อกำหนดเรามีอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีผลผูกพันตามสัญญา ทำให้เป็นเสือกระดาษ ดังนั้นจึงเห็นด่วย แปลว่าใครไม่รับออร์เดอร์ 1330 ก็แปลว่าผิดสัญญา หากเป็นเช่นนั้นก็ถูกต้องแล้วที่ท่านอธิบายความเป็นเสือกระดาษของเรา ทั้งนี้ตนเห็นว่าในทางกฎหมายเราสามารถรับตรงนี้ได้ และ 1 เดือน ก็สามารถแก้ได้ เพราะเป็นประกาศของกรรมการว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิการส่งต่อผู้ป่วยฉบับใหม่ ส่วนข้อเสนออื่นๆ นั้น ยังต้องมีการหารือกันต่อไป  

อนึ่งสำหรับเขาเรียกร้องของพรรคประชาชนที่ยื่นต่อ สปสช. มีทั้งหมด 7 ข้อ ประกอบด้วย 1.การเพิ่มอำนาจเชิงปฏิบัติของ สปสช. ในการพิจารณาและสั่งการออกใบส่งตังตัว ผ่านสายด่วน 1330 ภายในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง โดยถือว่าคำสั่งนี้มีผลผูกพันตาม สัญญา 2.การทบทวนระบบเหมาจ่ายรายหัว (Capitation) ให้สะท้อนต้นทุนจริงในเขตเมือง 3.แยกงบประมาณค่าผู้ป่วยนอกส่งต่อ (OP Refer) ออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว 4.การจัดทำสัญญากลางในระบบส่งต่อระหว่างคลินิกและโรงพยาบาล 5.การตั้งคณะกรรมการกลางตรวจสอบงบเบิกจ่ายและข้อพิพาท 6.ยกเลิกการเรียกเงินคืนย้อนหลังในกรณีสุจริต และ 7.ปรับบทบาทคลินิกชุมชนอบอุ่นให้เป็นลูกข่ายของโรงพยาบาลประจำเขต.