เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นางหนิง (นามสมมุติ ) อายุ 44 ปี ชาว จ.สระบุรี ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ตนอยู่กินกับนายน็อต (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี สามี โดยจดทะเบียนสมรสกัน ตนต้องทำงานคนเดียวหาเลี้ยงครอบครัว เพราะนายน็อตมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด เข้าออกคุกหลายรอบ ล่าสุดเพิ่งออกจากคุกมาวันที่ 6 ส.ค. 68 แต่ก็ไม่เคยเข็ดหลาบ ยังไปมั่วสุมเสพยากับกลุ่มเพื่อนอยู่ในกระท่อมป่าช้าท้ายหมู่บ้าน และยังพาลูกชาย 2 คน อายุ 8 ขวบ กับ 11 ขวบ ไปด้วย โดยนายน็อตไม่ให้ลูกทั้งสองไปโรงเรียนมาประมาณ 1 ปีแล้ว

กระทั่งวันที่ 10 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา แม่เห็นลูกชาย 11 ขวบ จู่ๆ ยืนตาขวาง ถือมีดปลายแหลม อาละวาด ตะโกนโวยวาย แม่ตกใจมากไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไร จากนั้นสามีได้บอกว่า ลูกชายไม่เป็นไร “แค่ดีดเพราะเสพยาบ้า” เวลาที่ลูกไปที่กระท่อมกับพ่อ จะมีคนที่เสพยาบ้าชักชวนให้ลอง แม่ฟังแล้วใจสลาย คิดว่าอยู่กับสามีต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ต้องการหย่าและเอาลูกทั้ง 2 คน มาเลี้ยงดูแลเอง อยากให้ลูกชาย 11 ขวบ ได้รับการบำบัดยาเสพติดให้หาย แล้วให้ลูกชายทั้ง 2 คน กลับไปเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ จึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท ทันที มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาแม่ไปแจ้งความกับ พ.ต.ท.ณัฎฐพล ศรีวิเชียร รอง ผกก.ป. ลงพื้นที่บูรณาการร่วมมือกับฝ่ายปกครอง พม. และนายดนุพล คำดี ปลัดอำเภอพระพุทธบาท และเทศบาลพระพุทธบาท เข้าช่วยเหลือเด็กชาย 11 ขวบ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบกระท่อมป่าช้าท้ายหมู่บ้าน พบนายน็อตกับลูกชายทั้งสองคน จึงนำตัวมาที่ สภ.พระพุทธบาท จากการตรวจปัสสาวะนายน็อตกับลูกชายวัย 11 ขวบ ปรากฏพบสารเสพติดในร่างกาย และเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง จึงดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด และเด็กชาย 11 ขวบ ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายด้วย

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายน็อต ด้านนางหนิง ภรรยายืนยันว่าต้องการหย่าร้างซึ่งนายน็อตก็ยินยอม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พาสองสามีภรรยาไปจดทะเบียนหย่า ณ ที่ว่าการอำเภอ ก่อนจะนำตัวนายน็อตไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสระบุรี ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เทศบาลพระพุทธบาท ได้พาเด็กชาย 11 ขวบ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อทำการบำบัดยาเสพติดให้กับ ด.ช. 11 ขวบ ในส่วนของ พม.สระบุรี ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับแม่เรื่องการเลี้ยงดูลูกและด้านการศึกษาของเด็ก โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือ 3 แม่ลูก ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต่อไป