เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 15 พ.ย.นางแมว พร้อมลูกสาว 2 คน คือ น.ส.อุ้ม และ น.ส.อ้อม เดินทางมาที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นำเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ หลังสามี นายประสิทธิ์ แจ้งดี อายุ 67 ปี เสียชีวิตอย่างน่าสงสัย
นายประสิทธิ์ตรวจพบเป็นมะเร็งลำไส้และเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลย่านปทุมธานี ในวันที่ 16 ต.ค. 68 หลังผ่าตัดกลับมาพักฟื้นที่บ้าน แต่ต่อมาเกิดภาวะแทรกซ้อน ลำไส้ไหลออกจากแผลผ่าตัด ครอบครัวรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ต้องรออยู่ที่ห้องฉุกเฉินนานกว่า 6 ชั่วโมง
น.ส.อุ้ม เล่าด้วยน้ำตานองหน้าว่า ขณะสามีทรมานจากอาการเจ็บปวด ญาติขอให้แพทย์ช่วยฉีดยาบรรเทา แต่ไม่ได้รับการเหลียวแล จนสุดท้ายสามีเสียชีวิตในวันที่ 30 ต.ค. 68 โดยโรงพยาบาลแจ้งว่าเสียชีวิตจากหัวใจวาย
ญาติร้องเรียน! ตัดไหมผ่าตัดมะเร็งลำไส้ รพ.ดัง อ้าง “ไส้ทะลัก” ผู้ป่วยเสียชีวิตหลังรอผ่าตัดซ้ำ 6 ชม…
ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวทั้งน้ำตาที่ซึมว่า เห็นว่าจะมีการพูดคุยกับทางโรงพยาบาลในวันจันทร์นี้ ทางญาติยังติดใจและจะไปยืนกันหน้าโรงพยาบาลและให้คุณหมอออกมาตอบมาชี้แจง เพราะใบมรณะบัตรบอกว่าเป็นหัวใจ แต่แผลที่เห็นคือไส้ไหล เรื่องนี้ต้องได้รับความจริงประเด็นที่ต้องไปรอถึง 6 ชั่วโมง ถึงจะได้รับการผ่าและเกิดความผิดพลาดของโรงพยาบาล นี่ดีนะที่ญาติมีการถ่ายภาพไว้บ้าง ไม่งั้นคงจะไม่มีหลักฐานอะไรเลย

ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ผู้ใดกระทำการประมาทในการกระทำอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตนอยากให้คุณหมอที่ตัดไหมและล้างแผล ออกมาอธิบายว่าในขบวนการทางการแพทย์มันถูกต้องหรือไม่ถ้าถูกเขาคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก ตนก็ไม่ใช่หมอคงไปเถียงท่านไม่ได้ จะทำได้ก็คือให้ญาติไปแจ้งความที่ สภ.ปทุมธานีเสร็จแล้ว จะไปร้องที่กระทรวงสาธารณสุขให้มีการตรวจสอบว่า ได้มาตรฐานหรือไม่และจะขอค่าเสียหายกับเรื่องที่เกิดขึ้น อีกทั้งต้องมีบทลงโทษหรือไม่เพื่อไม่ให้คนไข้รายอื่นต้องมาอยู่ในสภาพแบบเดียวกัน มันมีกฎหมายรับผิดชอบอยู่แล้วเรื่องของเหตุละเมิดถ้าฟังได้ว่าเกิดจากความประมาท เลินเล่อของบุคลากรทางการแพทย์
อย่ามาบอกว่าคนไข้เยอะทำไม่ทัน ถ้าโรงพยาบาลไหนบอกคนไข้เยอะทำไม่ทันก็แจ้งญาติคนไข้ด้วยจะได้ไปหาที่โรงพยาบาลอื่นแต่ก็คงทำไม่ได้เพราะมันขัดต่อระเบียบราชการ ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้มาสนใจปัญหาเล็กๆน้อยๆเหล่านี้บ้างเพราะมันเกี่ยวพันถึงชีวิตคนก็ฝากตรงนี้ด้วย



