จากกรณี ชายอายุ 67 ปี เข้ารับผ่าตัดมะเร็งลำไส้ ก่อนกลับไปพักฟื้นที่บ้าน โดยผู้ป่วยเดินทางมาโรงพยาบาลตามนัดเพื่อล้างแผล และได้รับการตัดไหมจากแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์เจ้าของไข้ จนวันที่ 29 ต.ค. 68 (กลางคืนจนถึงเที่ยงคืน) ผู้ป่วยถูกนำตัวส่งถึงโรงพยาบาล แต่ต้องรอการผ่าตัดฉุกเฉินเป็นเวลานานถึง 6 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยต้องใช้มือประคองไส้ที่ทะลักออกมาอยู่ตลอด จนวันที่ 30 ต.ค.68 ผู้ป่วยเสียชีวิตหลังจากการผ่าตัดซ้ำในคืนวันดังกล่าว ทำให้ญาติข้องใจมาตรฐานการแพทย์และการบริการ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ห้องประชุมรัตนอุบล รพ.ปทุมธานี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมครอบครัวของคนไข้ผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาทวงถามสาเหตุ และการให้บริการของรพ.ปทุมธานี โดยมีนายแพทย์นนท์ จินดาเวช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี นพ.ชัยรัตน์ วงศ์วรพิทักษ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี พร้อมส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมการพูดคุย

โดย ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า เคสนี้คนไข้ที่เคยรับการรักษามาใช้บริการโดยการตัดไหมล้างแผลแต่เมื่อกลับไปบ้านกลับไส้ทะลัก ต่อมาอีกวันเกิดเสียชีวิต เลยมาขอคำอธิบายว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรกันแน่ เมื่อสักครู่มีการประชุมร่วมกันกับทาง รพ.ปทุมธานี ยังไม่ได้คำตอบว่าหมอที่ตัดไหมผู้ป่วยจนไส้ทะลัก เป็นหมอของทาง รพ.ปทุมธานีหรือไม่ เบื้องต้นทราบว่าวันนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ทราบมาว่า แพทย์ที่ทำการตัดไหมคนไข้ไม่มา ทางญาติติดใจว่า 6 ชั่วโมงที่รอการรักษาที่ รพ. หมออธิบายว่าต้องรอหมอดมยา เนื่องจากมีอาหารในกระเพาะ เลยไม่สามารถผ่าได้ แต่ญาติแย้งว่าในขณะที่คนไข้เจ็บปวดคนไข้ร้องขอยา ต้องให้ภรรยาคนเจ็บวิ่งไปซื้อยาที่ รพ. เมื่อกลับมาสามีก็เสียชีวิตแล้ว ซึ่งจุดนี้เป็นความล่าช้าที่ต้องแก้ไข มองได้ว่าอาจจะมีความผิดปกติบางอย่าง ซึ่งก็ควรจะบอกญาติเขาตรงๆ

ด้าน นายแพทย์นนท์ จินดาเวช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า เป็นการประชุมกันครั้งแรกของ รพ.ปทุมธานี กับญาติผู้เสียชีวิต ผลสรุปเบื้องต้นทาง สสจ.ปทุมธานีและกระทรวงสาธารณสุข ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่จะตามมาคือกระบวนการสืบหาข้อเท็จจริงซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์จะได้ความกระจ่างที่สุด ในประเด็นข้อข้องใจ และให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกประการ โดยจะมีการติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดย 2 สัปดาห์จะมีข้อเท็จจริงปรากฏขึ้น



